Fanfiction in Laws
posted on 12 Dec 2010 18:48 by lollipoppo-fictions in AboutFictionsวันนี้มาแรง . . . พูดคุยกันเรื่องกฏหมายที่ว่าถึงการเขียนแฟนฟิคชั่นกันเลยทีเดียว~
ขอให้ทำความเข้าใจกันตรงนี้นิดนึงก่อนเลยนะคะ . . . ว่าตัวเค้าเองไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้เหล่าไรเตอร์ของแฟนฟิคชั่นทั้งหลายนั้นหวาดกลัวแต่อย่างใดค่ะ
(เค้านั่ง Re-Arrange ใหม่ไปอ่านไปตอนแรกยังกลัวเลยนะ ใช่ว่าไม่กลัว ก็เขียนแฟนฟิคชั่นอยู่เหมือนกัน ถึงจะยังไม่เคยมีผลงานรวมเล่มก็เถอะ)
เป้าหมายจริง ๆ แล้วเพียงแค่ต้องการเสนอให้ได้รับทราบ และเป็นความรู้ เอาไว้ประดับสมองกันเท่านั้นจริง ๆ ค่ะ
ก่อนอื่น . . . ขอเอ่ยถึงเหล่าแหล่งที่มาที่ได้มาก่อนเลย
คุณ Adiana แห่ง Exteen
คุณ Menvan แห่ง Dek-D
คุณ ประดับเกีรยติ ตุมประธาน (บก. การบูร) แห่ง บริษัทสถาพรบุ๊คส์
สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา
และแหล่งที่มาอื่น ๆ ซึ่งเหล่าแหล่งที่มาที่เอ่ยมาข้างต้นนั้นอาจจะไม่ใช่ที่แรกที่นำมาก็เป็นได้
ขอนำมาเรียบเรียงใหม่โดย ' ' iLollipoppO , , * คนนี้อีกครั้งนึงนะคะ
ต้องขออนุญาต และขอบคุณแหล่งที่มาทั้งหมดไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรามาเข้าเรื่องกันเลยก็แล้วกันนะ . . .
#1 แฟนฟิคชั่นเรื่องใดก็ตาม ที่ฉากร่วมรัก หรือมีข้อความใดที่ทำให้รู้สึกว่าลามก วาบหวิว ถือได้ว่าผิดกฎหมาย ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 287 ซึ่งได้ระบุเอาไว้ว่า
มาตรา 287 ... ผู้ใด ทำให้เผยแพร่โดยประการใด ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิงพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ เทปบันทึกเสียง เทปบันทึกภาพ หรือสิ่งอื่นใดอันลามก
ต้องถูกระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
. . . ในมุมมองทางด้านกฎหมายแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อีโรติก หรือ ลามก นั้นก็ถือเป็นสิ่งเดียวกัน
#2 แฟนฟิคชั่นเรื่องใดก็ตาม ถือเป็นการอ้างอิงถึงบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง เพราะฉะนั้นก็ถือได้ว่า เป็นการเข้าข่ายการหมิ่นประมาทตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 326 และ มาตรา 328 ซึ่งได้ระบุเอาไว้ว่า
มาตรา 326 ... ผู้ใดก็ตามที่ใส่ความผู้อื่นซึ่งเป็นบุคคลที่สาม โดยเป็นการทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือ ถูกเกีลยดชัง ผู้นั้นถือว่ากระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท
ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
. . . คำว่าใส่ความ บางทีเราเองอาจจะไม่ได้มีเจตนา ยกตัวอย่างเช่น การที่เราเขียนแฟนฟิคชั่นอ้างอิงถึงผู้ใดผู้หนึ่งว่าเขาเป็นพวกรักร่วมเพศ ซึ่งความจริงแล้วเขาไม่ได้เป็น ถึงแม้ตัวผู้เขียนเองจะเข้าใจว่าเขาไม่ใช่ แต่ผู้อ่านที่อ่านผลงานอาจจะไม่ทราบ และทำให้ผู้อ่านท่านนั้นเข้าใจผิดไป ว่าเขาเป็นจริง ๆ และเปลี่ยนทัศนคติไปจากเดิม
เช่น นักแสดงคนหนึ่ง ถูกคน ๆ หนึ่งสงสัยว่านักแสดงคนนั้นเป็นเพศที่สามหรือไม่ แต่คนที่สงสัยคนนั้น ไปอ่านแฟนฟิคชั่นเรื่องหนึ่ง ที่ตัวผู้เขียนได้เขียนให้ นักแสดงคนนั้นเป็นพวกเพศที่สาม เลยคิดไปว่านักแสดงคนนั้นเป็นพวกเพศที่สามจริง ๆ แล้วเกิดการดูหมิ่นนักแสดงคนนั้นขึ้นมา
ถึงแม้ว่าเรื่องเพศที่สาม จะเป็นเรื่องที่เริ่มจะยอมรับได้ในสังคมบ้านเราแล้ว แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากในสังคมที่ยังไม่สามารถจะยอมรับได้เช่นเดียวกัน ฉะนั้นแล้วก็ถือได้ว่าเราทำผิดฐานหมิ่นประมาท
มาตรา 328 ... ความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้น กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนต์ ภาพ หรือ ตัวอักษร ที่ทำให้ปรากฏด้วย แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียงอื่นใด . . . กระจายเสียง หรือ ป่าวประกาศด้วยวิธีอื่นใด
ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
#3 แฟนฟิคชั่นทุกเรื่องที่มีการตีพิมพ์เป็นรูปเล่มและจำหน่าย รวมทั้ง ฟิคชั่นปกติ และโดจินชิ ที่ได้ตีพิมพ์เป็นรูปเล่มด้วย มันเป็นเรื่องพื้นฐานที่ว่า
งานตีพิมพ์ใต้ดินทุกเล่มนั้น ไม่ได้มีการเสียภาษี
เพียงเท่านี้ก็เป็นเหตุผลที่มากพอ ที่จะให้เจ้าหน้าที่รัฐจัดการได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องพิจารณาถึงเหตุผล 2 ข้อข้างต้นด้วยซ้ำไป
หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในปีหนึ่ง ๆ นั้นมีงานเขียนใต้ดินพิมพ์ขึ้นมาตั้งเท่าไหร่ต่อไม่รู้เท่าไหร่เหมือนกันนะ
ลองสมมติดูว่า หนังสือที่ตีพิมพ์หนึ่งเล่ม จะต้องเสียค่าภาษี 1 บาท ถ้าปีนั้นมีผลงานใต้ดินถูกตีพิมพ์ออกมา 50 เรื่อง เรื่องละ 1,000 เล่ม รายได้ที่รัฐฯควรจะได้จากภาษี ก็คือ 50,000 บาท
แล้วถ้าผลงานใต้ดินนั้นถูกตีพิมพ์ถึง 10 ปี รายได้ที่รัฐฯควรจะได้จากภาษีก็คือ 500,000 บาท
ถ้าคนคิดว่าทำแบบนี้แล้วสะดวก เหล่าผู้คนก็จะเริ่มหันมาสนใจงานสิ่งพิมพ์ใต้ดินมากขึ้น
ถึงแม้ว่าเงินจำนวนนั้นจะไม่ได้มากมายอะไร ถ้าเทียบกับภาษีด้านอื่น ๆ แต่นั่นก็เป็นรายได้ที่ทางรัฐฯ ต้องสูญเสียไป
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
. . . จากตรงนี้ไปเป็นคำตอบที่มาจากทาง สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา . . .
พระราชบัญญัติ พ.ศ. 2537 ให้ความคุ้มครองแก่งาน 9 ประเภท คือ งานวรรณกรรม งานศิลปกรรม งานดนตรีกรรม งานนาฎกรรม งานแพร่เสียงแพร่ภาพ โสตทัศนวัสดุ สิ่งบันทึกเสียง ภาพยนตร์ และงานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกศิลปะ และแผนกวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ ในการทำซ้ำหรือดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน เป็นต้น
หากมีการนำงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นไปกระทำดังกล่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และมีความผิดตามกฎหมาย
แต่อย่างไรก็ตาม หากการนำงานอันมีลิขสิทธิ์ไปกระทำการดังกล่าว โดยไม่กระทบกระเทือนต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร ก็ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
ทั้งนี้ การกระทำอย่างไรที่ถือว่าไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ และกระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควรนั้น ศาลจะเป็นผู้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว
. . . สรุปได้ว่า . . .
แฟนฟิคเป็น การดัดแปลง งานของผู้อื่นแน่นอน และมี การเผยแพร่สู่สาธารณชน ดังนั้น แฟนฟิคจึง เข้าข่ายมีความผิด ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ หากเจ้าของรู้สึกว่ารับไม่ได้ ก็สามารถฟ้องได้ . . . แต่ . . .
ตามกฎหมายแล้วหากสิ่งที่เราทำ ถือว่าไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ และกระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควรแล้ว ก็ถือว่าไม่ผิด ในกรณีนั้นผู้ที่ชี้ขาดได้คือ ศาล เท่านั้น . . . โดยจะต้องว่ากันไปตามรายละเอียดของแต่ละกรณี
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ เจ้าของเอาเรื่องหรือไม่ และ กรณีนั้นๆศาลเห็นว่าเข้าข่ายขัดต่อสิทธิหรือประโยชน์ของเขาเกินควรหรือไม่
โดยเนื้อผ้าแล้ว แฟนฟิคถือว่า เข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะเป็น การดัดแปลง งานของผู้อื่น แต่จะเป็นความผิดและมีโทษตามกฎหมายหรือไม่ อยู่ที่ประเด็นสำคัญสองจุดข้างต้น
กรณีเขียนแบ่งกันอ่านเล่นๆบนเน็ต (หรือไม่ได้ทำเชิงการค้า) ใช่ว่าจะไม่ผิด แต่เป็นเพราะเจ้าของไม่เอาเรื่อง . . . แค่การดัดแปลงแล้วเผยแพร่ก็เข้าข่ายเป็นความผิดแล้ว ไม่จำเป็นว่าต้องทำขายจึงจะผิด อ่านให้ดี ๆ ว่า
เป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ ในการทำซ้ำหรือดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน เป็นต้น หากมีการนำงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นไปกระทำดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และมีความผิดตามกฎหมาย
ฉะนั้นแล้วการเขียนแฟนชั่น อย่างที่ว่ามานั้น ไม่ได้แปลว่า ทำไม่ได้ หรือ ห้ามทำ หรือ ผิด ทุกกรณี โดยทั่วไปแล้ว แฟนฟิคชั่นนั้น หากไม่ได้ทำเชิงการค้าหรือไม่ได้ไปขัดสิทธิประโยชน์ของเจ้าของเกินควรแล้ว ย่อมไม่มีปัญหา ต่อให้โดนฟ้อง ก็ไม่ผิด อ่านให้ดีจะเห็นว่า บทยกเว้น มันมีอยู่ตรงที่ว่า
หากไม่ขัดประโยชน์เกินควรแล้วให้ถือว่าไม่ผิด
อย่างที่เรา ๆ โพสกันในเน็ต ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะคงไม่มีใครเอาเรื่อง แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรขอเจ้าของเสียก่อน อย่างน้อยก็โดยมารยาท
ส่วนเรื่อง การใส่เพลงลงในนิยาย ก็คงไม่มีใครมาตามฟ้อง เพราะดู ๆ ไปก็ไม่น่าขัดประโยชน์ของค่ายเพลง
ขออย่าได้อย่าวิตกกันจนเกินเหตุไป ทั้งหมดนี้เพียงแค่ต้องการให้เข้าใจให้ถูกต้องเท่านั้น
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
. . . สรุปชัด ๆ อีกทีตรงนี้ว่า . . .
แฟนฟิคหรือการใส่เนื้อเพลงของผู้อื่นในนิยาย สามารถเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ได้ !!
แต่มีข้อยกเว้นอยู่ว่า หากสิ่งที่ทำ ไม่ได้ขัดสิทธิประโยชน์ของเจ้าของเกินควรแล้ว ก็ถือว่าไม่ผิด การเข้าข่ายผิดจึงอาจไม่เป็นความผิดก็ได้ ดังนั้น โดยทั่วไปแล้ว หากไม่ได้ทำเชิงการค้าและมีการขออนุญาตเจ้าของแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร สามารถทำได้
ลองนึกถึงตัวคุณเอง หากคุณเป็นเจ้าของงานเขียน แล้วมีคนนำไปแต่งแฟนฟิคโดยไม่ขออนุญาติ คุณเองก็อาจไม่ชอบใจ เช่น เขาเอาไปเขียนแบบแย่ๆ ไม่ได้เรื่อง ทำให้ภาพตัวละครของคุณเสียหาย เป็นต้น
การใส่เพลงในนิยาย คิดว่าทางค่ายเพลงคงไม่มานั่งตรวจ แค่เนื้อเพลงไม่กี่ประโยคในนิยายหรอก แค่ค่าพนักงาน มานั่งเช็ค นั่งอ่าน ก็คงจะไม่คุ้มแล้ว
การเข้าข่ายผิดนั้น หากเจ้าของไม่เอาเรื่องก็ไม่เป็นไรหรอก ต่อให้เอาเรื่อง หากเราแย้งได้ว่า ไม่ได้ขัดประโยชน์ของค่าย เพราะว่า ไม่ได้ทำให้ยอดขายเพลงเขาตกลง เผลอ ๆ จะช่วยให้ ขายได้มากขึ้นด้วยซ้ำไป คนอ่านอาจอยากฟังเพลงขึ้นมา เป็นต้น
แต่กรณีอย่างงานใหญ่ เช่น คุณจะนำบทเพลงพระราชนิพนธ์ในหลวง มาร้อยเรียงเป็นนิยายเฉลิมพระเกียรติ ก็ควรขอไปทางสำนักพระราชวังก่อนจะเป็นการดี
. . . . .
การเขียนแฟนฟิคนั้นไม่ผิดกฎหมาย . . . ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่อย่างใด ทุกคนสามารถทำได้ เพราะ การเข้าข่ายผิด กับ การทำผิด มันคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิงนะ
ดังนั้นแล้ว คุณ ๆ ทั้งหลายที่แต่งแฟนฟิคชั่นกันนั้น ไม่ต้องตกใจ คุณไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะแฟนฟิคชั่นนั้น เป็นเรื่องที่ยอมรับกันโดยทั่วไปอยู่แล้วว่า สามารถทำได้ ที่ต้องยกกฎหมายขึ้นมาให้ได้อ่านกัน ก็เพียงเพราะอยากให้เห็นที่มาที่ไปและเหตุผลของเรื่องราวเพียงเท่านั้นเองค่ะ
อาจจะเป็นการทำให้รีดเดอร์เครียดกันไปบ้าง
(ไม่น่าจะบ้างหรอก คงเยอะเลยแหละ เพราะคนเอามา นั่งอ่านยังเครียดเลย)
ยังไงซะ กฏหมาย กับ การใช้ชีวิต ในปัจจุบันนี่ก็แทบจะแยกจากกันไม่ได้ไปแล้ว
ถือซะว่า อ่านเอาไว้ เพื่อเป็นความรู้ก็แล้วกันค่ะ อย่าได้เครียด อย่าได้ซีเรียสกันไปไย~



อยากให้อ่านกันเยอะๆ ค่ะ
#1 By Zriopia::เขาว่ากันว่าโทมัส ทอว์คือบร๊ะเจ้า on 2010-12-12 18:58