{SF-2Seung} ไม่อยากให้เธอไว้ใจ >2

posted on 10 Feb 2011 12:48 by lollipoppo-fictions in ShortFictions
 

         แย่แล้วซึงรี แย่แน่ ๆ เค้าโกรธน่ากลัวมากเลยฮะ พี่เทมป์~ พี่แทยัง~ มาช่วยซึงรีด้วย . . . . .

 

         “อ้าว ? ซึงรีเองหรอกเหรอ ผมก็นึกว่าใครซะอีก”

 

         เห๋~ ทำไมถึงรู้จักชื่อซึงรีด้วยล่ะฮะ ? เสียงก็คุ้น ๆ ด้วยล่ะ . . . ครั้นเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องร้องเสียงหลงด้วยความแปลกใจ

 

         “ชานซอง !!

 

         “โอ๊ยย~ จะตะโกนทำไมล่ะครับ ก็ผมน่ะสิ ซึงรีคิดว่าเป็นใครกัน”

 

         “ขอโทษฮะ ก็ซึงรีไม่คิดว่าจะได้เจอชานซองที่นี่นี่นา แล้วนี่มางานนี้กันได้ยังไงฮะ”

 

         “ก็มาพร้อม ๆ กับทุก ๆ คนในวงนั่นแหละครับ พอดีถูกชวนมา แล้วพอดีพวกเราว่างก็เลยมา”

 

         “แล้วคนอื่น ๆ ล่ะฮะ ไปไหนกันหมดแล้ว ซึงรีอยากเจอน่ะฮะ”

 

         คนตัวเล็กถาม พลางชะโงกมองหาเหล่าสมาชิกที่เป็นผู้ร่วมวงของชานซอง เหลียวซ้าย และขวา แต่สิ่งที่ได้พบกลับเป็น คนตัวโตที่กำลังยืนพูดคุยกับผู้หญิงคนนั้น . . . คนเดียวกันกับที่คนตัวเล็กได้เห็นก่อนหน้า

         เห็นมั๊ยฮะ เห็นใช่มั๊ยฮะ ไม่คิดจะมาสนใจซึงรีเลยซักนิดนึงอ่ะ แล้วผู้หญิงคนนั้นน่ะ ใครกันนะฮะ ทั้งที่สาว ๆ คนอื่นในงานยังไม่มีใครจะเข้าไปพูดคุยกับพี่เทมป์เลยซักนิดถึงจะแอบมองแอบส่งสายตาให้กันอยู่ตลอดก็เหอะ แต่นี่เธอกลับคุยกับพี่เทมป์อย่างสนิทสนมเลย

 

         นี่ไม่สนใจซึงรี เชื่อใจซึงรีขนาดนั้นเลยใช่มั๊ย ทีก่อนหน้านี้ล่ะนะไม่เคยจะปล่อยให้ซึงรีอยู่ห่างตัว ตามคุมซึงรีซะจนเดี๋ยวนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามาคุยด้วยแล้วเนี่ย แต่เดี๋ยวนี้พอซึงรีไม่มีใครสนใจแล้วก็ทิ้งซึงรี ไปหาสาว ๆ คนใหม่สินะ เห็นซึงรีเป็นของตายงั้นหรือฮะ ถ้าอย่างงั้นก็ต้องทำให้รู้ซะบ้างแล้วล่ะ ว่าซึงรีไม่ใช่ของตาย

 

         “ชานซองฮะ ซึงรีอยากไปเจอทุกคนน่ะฮะ พาซึงรีไปหาหน่อยสิ” ว่าพลางเกาะแขนชานซองแนบสนิท ทำหน้าทำตา ทำน้ำเสียงออดอ้อนเพื่อนรัก

 

         “จะมาอ้อนผมทำไมเนี่ย บอกผมเฉย ๆ ผมก็พาไปน่าซึงรีนี่” แต่ก็ยอมให้ออดอ้อนอย่างว่าง่าย ก็ซึงรีเป็นเพื่อนเขานี่นะ เพื่อนกันจะสนิทกันแบบนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดา

 

         “ซึงรีอ้อนไม่ได้หรือไงฮะ ?”

 

         “ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้ . . . แต่พอจะเจอทุกคนแล้ว ซึงรีต้องปล่อยผมก่อนนะ” ขึนไม่ปล่อยผมเนี่ย ถ้าจุนโฮเห็นเข้าล่ะก็ผมแย่แน่ ๆ นะ ซึงรี

 

         “ฮะ ปล่อยแน่ ๆ แต่ทำไมต้องปล่อยก่อนจะเจอทุกคนด้วยล่ะ กลัวใครเข้าใจผิดรึเปล่าฮะชานซอง” ยกยิ้มแซวเพื่อนรัก จนชานซองผลักศรีษะเขาเบา ๆ เชิงหมันไส้

 

         จู่ ๆ ชานซองก็ถูกดึงให้หันกลับไป แล้วก็พบว่าคนที่ฉุดกระชากให้ชานซองหันหลังกลับไป เป็นคนตัวโต ที่ตอนนี้กำลังแสดงสีหน้าหงุดหงิดไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ชานซองจะถูกคว้าเข้าที่คอเสื้อ

         เห๊ยย~ พี่เทมป์ !! เป็นอะไร มากระชากคอเสื้อชานซองทำไม จะต่อยชานซองเหรอ ? หยุดเลยนะ เดี๋ยวเพื่อนซึงรีเสียโฉมขึ้นมาทำยังไงกันล่ะฮะ

 

         “หยุดนะฮะพี่เทมป์ !! นั่นพี่เทมป์จะทำอะไรน่ะ !!”

 

         “ก็ไอ้นี่มันมายุ่งกับซึงรี”

 

         “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่เทมป์กันล่ะฮะ”

 

         “ทำไมจะไม่เกี่ยว ก็มันมายุ่งกับของของพี่ มายุ่งกับซึงรีไง”

 

         “ทีพี่เทมป์ยังไปยุ่งกับผู้หญิงอื่นได้เลยนะฮะ พี่เทมป์ก็ไปคุยกัยสาวคนนั้นต่อซะสิ ซึงรีก็จะคุยกับชานซองเหมือนกัน”

 

         ว่าพลางเดินเข้าไปแกะมือของคนตัวโตออกจากคอเสื้อของชานซองก่อนจะขอโทษขอโพย

 

         “ขอโทษแทนพี่เทมป์ด้วยนะฮะ ชานซอง” ด้านชานซองเองก็พยักหน้ารับคำขอโทษ แต่ก็ยังคงยืนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี๊นี้อยู่

 

         “สาวคนนั้นน่ะ คนไหน ?? พี่ไม่เห็นรู้เรื่อง . . .”

 

         “ก็ยืนคุยกันสนิทสนมอยู่เมื่อกี้ไงฮะ . . . ไม่สิ ต้องพูดว่าตั้งแต่แรกน่าจะถูกกว่า”

 

         “คนไหนล่ะ ซึงรีก็บอกพี่สิ”

 

         อ๋อ นี่คุยไปเยอะแล้วสิ คุยไว้หลายคนสินะฮะ เออ!!ใช่สิ ซึงรีมันของตาย ไปไหนไม่รอดแล้วนี่ . . . ไม่สนใจกันแล้วใช่มะ ไม่รักกันแล้วใช่ป่ะ !!

 

         “ก็คนนั้นไง . . . คนที่ . . . ฮึกก~” ดวงตาใสของคนตัวเล็กเอ่อคลอไปด้วยหยดน้ำใส ทันทีที่พูดขึ้น

 

         “เห๊ยยย~ ซึงรี !! เป็นอะไร” คนตัวโตที่เห็นคนตัวเล็กเบะปาก น้ำตาปริ่มใกล้จะร้องไห้เต็มที ตกใจจนเผลอเข้าไปปลอบอย่างเคยชิน นี่จะร้องไห้ ? แล้วร้องเรื่องอะไร ซึงรีใครทำอะไรเราล่ะครับ

 

         “ฮึก~ ปล่อย !! ปล่อยซึงรีนะ . . . ฮึ่กก”

 

         “ไม่ !! พี่ไม่ปล่อย . . . ซึงรีเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรครับ”

 

         “ปล่อยย~ . . . ก็เพราะ เพราะพี่เทมป์นั่นแหละ พี่เทมป์คนเดียว ฮือออ~”

 

         อ้าว เอาแล้วไง ร้องไห้ซะแล้ว แล้วผมผิดอะไรอ่ะ ทำไมถึงบอกว่าเป็นเพราะผมล่ะ

 

         “เดี๋ยวนะ . . . เพราะพี่ ? ทำไมล่ะครับ พี่ทำอะไรผิด บอกพี่สิครับ ซึงรี” นี่ไม่ชอบที่ผมจะตั๊นหน้าไอ้บ้านั่นขนาดนี้เลยหรอ ไอ้หมียักษ์นั่นมันสำคัญมากหรือไงกัน หรือเพราะเรื่องผู้หญิง . . . แล้วคนไหนล่ะครับ ก็บอกพี่สิ

 

         “ปล่อยซึงรีนะ ไอ้พี่เทมป์บ้า !! ฮืออ~ ไม่รักแล้ว . . . ซึงรีไม่รักพี่แล้ว !!!”

 

         “ซึงรี โกรธพี่เรื่องอะไรล่ะครับ บอกพี่ก่อนสิ เรื่องผู้หญิงหรอ ? ผู้หญิงคนไหนล่ะครับ บอกพี่สิ”

 

         ก็รู้ตัวนี่ ว่าซึงรีร้องไห้เพราะเรื่องผู้หญิง รู้แล้วก็อธิบายมาซะดี ๆ

 

         “ก็คนที่พี่เทมป์คุยด้วยตั้งแต่มางานนั่นแหละ ซึงรีเห็นนะ อย่านึกว่าไม่เห็น ฮึกก~ คุยกันซะสนิทสนมเลย ไม่รักซึงรีแล้วใช่มั๊ยฮะ ฮืออ~”

 

         “ตั้งแต่ซึงรีมา . . . ก็นั่น . . .” ยังไม่ทันที่คนตัวโตจะได้อธิบายอะไร เสียงหวาน ๆ ก็เอ่ยถามขึ้น

 

 

         “เกิดอะไรขึ้นหรือคะ ?”

 

         “ไม่มีอะไรครับ แค่น้องเข้าใจผิดนิดหน่อย”

 

         ก็มันไม่มีอะไรจริง ๆ แล้วทำไมสายตาของคนในวงแขนถึงดูโกรธเคืองซะขนาดนั้น สายตาที่เขาใช้มองผู้หญิงคนนั้น มันเหมือนกับบอกว่าเธอผิด ผิดที่มาทำให้เข้าเป็นแบบนี้ . . . จะไปโกรธเค้าทำไมกัน ผู้หญิงคนนี้นี่แหละคือคนที่ซึงรีเห็นผมยืนคุยอยู่ด้วย แต่ทำไมล่ะ ก็ในเมื่อผู้หญิงคนนี้น่ะเธอเป็น . . .

 

         “เกิดอะไรขึ้นเหรอท๊อป ?” น้ำเสียงนุ่มเอ่ยถามคนตัวโต

 

         “ไม่มีอะไรครับ พี่ดงอุค แค่ซึงรีเข้าใจผิดนิดหน่อย”

 

         นิดหน่อยเหรอ ? พูดง่ายดีนี่พี่เทมป์ซึงรีเห็นอยู่กับตาว่าพี่คุยกับผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ซึงรีมาถึงงาน จนก่อนหน้านี้ แล้วบอกกับพี่ดงอุคว่าซึงรีเข้าใจผิด งั้นซึงรีก็เป็นคนผิดเองสินะฮะ

 

         “ปล่อยซึงรีนะ พี่เทมป์” พายามขืนตัวออกจากวงแขนของคนตัวโต ยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนบนใบหน้า ก่อนจะเดินกลับออกไปยืนอยู่ข้างชานซองที่ยังยืนงงกับเหตุการ์ที่เกิดขึ้นอยู่ แต่ก็เป็นห่วงเพื่อนไม่แพ้กัน

 

         “เป็นอะไรมั๊ย ซึงรี ?”

 

         “ไม่ฮะ ซึงรีไม่เป็นฮะชานซอง” ก็แค่เสียใจนิดหน่อยเท่านั้นแหละฮะ

 

         “ซึงรี มานี่หน่อยสิครับ” เจ้าของเสียงนุ่มเอ่ยเรียกซึงรีที่ยืนอยู่ข้างชานซองมาหา

 

         พี่ดงอุคล่ะก็ จะเรียกซึงรีไปทำไมอีกล่ะฮะ ซึงรีไม่อยากเดินกลับไปยืนอยู่ตรงนั้นเลย . . . แต่พี่ดงอุคเรียกแบบนี้ แสดงว่ามีเรื่องจะพูดด้วยสินะฮะ พี่เทมป์ก็ยังอยู่ตรงนั้น ไม่อยากเข้าไปเห็นพี่เทมป์คุยกับผู้หญิงคนนั้นเลย

         แต่ซึงรีก็เดินเข้าไปหาเชวดงอุคแต่โดยดี

 

         “มีอะไรหรือฮะพี่ดงอุค”

 

         “พี่จะแนะนำใครให้รู้จักหน่อยน่ะครับ”

 

         อย่าบอกนะฮะว่าจะแนะนำผู้หญิงคนนั้นให้ซึงรีรู้จัก ซึงรีไม่อยากรู้จักหรอกฮะ เพราะคงไม่จำเป็นอะไรที่ซึงรีจะต้องสนิทสนมนี่นา

 

         “นี่พี่ พัค ฮันบยอล ครับซึงรี . . . อูรีครับ นี่ซึงรี น้องที่อยู่ที่ทำงานเดียวกันครับ”

 

         “สวัสดีค่ะ น้องซึงรี ซึงรีนี่น่ารักเหมือนกับที่พี่ดงอุคเคยพูดให้ฟังเสมอ ๆ เลยนะคะ”

 

         ถึงจะชมซึงรีว่าน่ารัก ซึงรีก็ไม่ดีใจหรอกฮะ ก็คนที่ชมซึงรีคือคนที่พี่เทมป์คุยซะสนิทสนมแบบนั้น คุยเหมือนกับตอนที่พี่เทมป์จีบซึงรีใหม่ ๆ ไม่เหมือนกับเดี๋ยวนี้ที่แทบจะไม่ดูแลซึงรีเลยด้วยซ้ำไป

 

         ทันกับความคิดหยาดน้ำตาใสที่หมือนจะหยุดไหลไปแล้วก่อนหน้านี้ก็เอ่อคลอขึ้นมาจนกลั้นเอาไว้ไม่ไหว ไหลรินอาบแก้มนิ่มอีกครั้ง จนทำให้คนตัวโตที่ยืนอยู่ข้าง ๆ โผเข้ามากอดปลอบประโลมในทันใด

 

         “ซึงรี~ ร้องไห้ทำไมครับ . . . เป็นอะไรไปอีก ?” ลูบไหล่ลูบหลังคนตัวเล็กแสดงความเป็นห่วงอย่างออกหน้าออกตา

 

         “เป็นอะไรไปคะน้องซึงรี~” สาวสวยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง แต่กลับไม่ได้รับคำตอบอะไรกลับมา นอกจากเสียงสะอื้นที่ยังคงไม่หยุดลง

 

         “ฮึ่กก~ ฮืออ อออ . . .”

 

         “ซึงรี เป็นอะไรไป หยุดร้องไห้ก่อนนะครับ บอกพี่เทมป์ก่อนนะว่าเป็นอะไร นะครับคนดี” นี่ผมเป็นห่วงซึงรีจริง ๆ นะ เมื่อวานก็ไม่โทรหาผมซักนิด แถมยังหนีไปนอนคนเดียวในห้องตัวเองอีก ไหนวันนี้จะยังทำตัวสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่นให้ผมหงุดหงิด แล้วจู่ ๆ ก็มาร้องไห้งอแงต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ ซึงรีไม่เคยเป็นแบบนี้เลยครับ ซึงรีเป็นอะไรบอกพี่เทมป์สิครับ

 

         “ฮึ่กก~ พี่ . . . พี่เทมป์”

 

         “ครับ ?”

 

         “พี่เทมป์ กับ พี่ฮันบยอล คบกันอยู่ใช่มั๊ยฮะ . . . แล้วพี่เทมป์ ก็ไม่รัก ฮึ่กก ซึงรีแล้ว . . . ใช่ม๊ยฮะ”

 

         “หา? ดะ . . . เดี๋ยวนะ ซึงรี”

 

         “ฮึ่กก~ ไม่เดี๋ยวแล้ว !! ซึงรีไม่ทนแล้ว ฮืออ . . . ถ้าพี่เทมป์ไม่รักซึงรีแล้วพี่เทมป์ก็บอกซึงรีมาสิฮะ ไม่ใช่มาทำแบบนี้ บอกซึงรีมาดี ๆ ซึงรีเข้าใจฮะ ฮึ่ก!”

 

         “เดี๋ยวก่อนสิซึงรี ฟังพี่ก่อน . . . เมื่อกี๊เราถามพี่ว่าอะไรนะครับ” ถ้าเข้าใจผมจริง ๆ คงไม่พูดแบบนี้กับผมหรอก คงไม่พูดว่าผมไม่รักเขาแบบนี้หรอก กำลังเข้าใจพี่เทมป์ผิดอยู่เห็น ๆ เลยครับเนี่ย . . . พี่ฮันบยอลครับ ช่วยผมด้วยสิครับ น้องมันโกรธผมใหญ่แล้ว

 

         “เดี๋ยวนะคะ น้องซึงรี . . . เมื่อกี๊น้องซึงรีบอกว่า พี่กับท๊อป คบกัน . . . เหรอคะ ?” สาวสวยถามขึ้นด้วยความสงสัยปนแปลกใจ

 

         “ไม่ใช่เหรอฮะ . . . ก็ตั้งแต่ซึงรีมาถึงงาน พี่เทมป์ก็อยู่กับพี่ฮันบยอลตลอด มะ ไม่สนใจซึงรีเลยด้วยซ้ำไป” เอ่ยถามพัคฮันบยอลกลับ เขาหยุดร้องไห้แล้ว และกำลังค่อย ๆ เช็ดหน้าตาที่เลอะเทอะไปด้วยน้ำตาอยู่ ด้วยผ้าเช็ดหน้าสีเรียบที่คนตัวโตยื่นให้

 

         “แล้วยังไงต่อคะ ?”

 

         “ก็อยู่ด้วยกันตลอดแบบนั้น ถ้าไม่ใช่แฟนแล้วจะเป็นอะไรล่ะฮะ ?” คำถามที่ถึงกับทำให้ พัคฮันบยอล และ เชวดงอุค หัวเราะที่คนตัวเล็กถามออกมาเช่นนั้น แต่คนตัวโตเองกลับยิ้มกว้าง “มะ มีอะไรน่าหัวเราะงั้นเหรอฮะ พี่ฮันบยอล พี่ดงอุค ? . . . พี่เทมป์อีกคนนึง ยิ้มอะไรของพี่ นี่ซึงรีโกรธอยู่นะ !! ” ซึงรีซีเรียสนะฮะเนี่ย ไม่ได้พูดให้ขำซักนิด จะหัวเราะอะไรกันนักหนา

 

         “ขอโทษนะคะ น้องซึงรี พี่ทนไม่ไหวจริง ๆ พี่ขอโทษค่ะที่หัวเราะ”

 

         “ท๊อป แกก็อีกคน ทำไมไม่บอกอะไรน้องเลยล่ะ ?”

 

         “ผมก็จะบอกอยู่หรอกครับ . . . แต่นี่น้องไม่คุยกับผมมาสองวันแล้วนะครับ พี่ดงอุค”

 

         “แล้วไปทำอะไรให้น้องโกรธล่ะคะ ท๊อป ?”

 

         “ผมไม่รู้ครับ พี่ฮันบยอล อยู่ ๆ ก็ไม่คุยกับผมเอาดื้อ ๆ”

 

         ท่ามกลาง เหล่าคนที่กำลังสนทนากันอย่างไม่ได้สนใจคนตัวเล็กที่กำลังสับสน . . . นี่เค้ากำลังพูดเรื่องอะไรกันฮะ ซึงรีไม่เข้าใจ ไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลยอ่ะ

 

         “เดี๋ยวนะฮะ . . . บอกอะไรซึงรีเหรอฮะพี่ดงอุค ? ซึงรีไม่เข้าใจ” มีอะไรที่จะต้องบอกให้ซึงรีรู้รึไงกันฮะ ก็พี่ฮันบยอลเป็นคนรักของพี่เทมป์ แล้วพี่เทมป์ก็เบื่อซึงรีแล้ว ไม่รักซึงรีแล้ว ถึงได้ไปคบกับพี่ฮับยอล ไม่ใช่เหรอ ? ขณะที่ยังคงสงสัยกับสิ่งที่คนทั้งสามกำลังพูดกัน น้ำเสียงอบอุ่นก็ดังขึ้นทางด้านหลัง

 

         “ซึงรี . . . หายไปไหนมา พี่ตามหาเราตั้งนาน”

 

         “พี่แทยังฮะ”

 

         “แล้วนี่เป็นอะไร ตาแดงเชียว ร้องไห้หรือยังไง ?”

 

         “เปล่าฮะ แค่ง่วง ๆ น่ะฮะ . . . ซึงรีอยากกลับบ้านแล้ว พี่แทยังพาซึงรีกลับหน่อยสิฮะ”

 

         “อ๊ะ !! สวัสดีครับ พี่ฮันบยอล”

 

         “สัวสดีค่ะ น้องยองเบ”

 

         พี่แทยังก็รู้จักพี่ฮันบยอลเหรอฮะเนี่ย มีซึงรีไม่รู้อยู่คนเดียวสินะฮะ เอาเถอะ พาซึงรีกลับบ้านทีเถอะฮะ ซึงรีไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว

 

         “พี่แทยังฮะ ซึงรีอยากกลับบ้านแล้วนะฮะ พาซึงรีกลับบ้านเถอะ”

         “พี่ยังไม่ได้แนะนำให้เรารู้จักกับพี่ฮันบยอลเลยนะซึงรี นี่พี่พัคฮันบยอล แฟนพี่ดงอุคครับ”

 

         แทยังพูดขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงของคนตัวเล็กที่ขอให้ให้พาตัวเองกลับบ้าน

 

         “ไม่ต้องแนะนำหรอกฮะ พี่ดงอุคแนะนำให้รู้จักกับพี่ฮันบยอลแล้วว่าเป็นแฟน . . .” ชะงักคำพูดของตัวเองชั่วขณะ ก่อนจะหันกลับไปถามแทยังใหม่อีกครั้ง

 

         “อะ . . .อะไรนะฮะ เมื่อกี๊พี่แทยังพูดว่าอะไรนะฮะ ?”

 

         “พี่พัคฮันบยอลไงครับ” ไม่ใช่สิ ไม่ใช่ประโยคนี้

 

         “หลังจากนี้สิฮะ”

 

         “แฟนพี่ดงอุค . . . ทำไมเหรอซึงรี ?”

 

         แฟนพี่ดงอุค . . . แฟนพี่ดงอุคเหรอ . . . ถ้าอย่างงั้นก็หมายความว่า เรื่องที่ซึงรีทนไม่ไหวแล้วก็โพล่งออกไปก่อนหน้านี้ . . . ซึงรีเป็นคนเข้าใจผิดไปเองทั้งหมดงั้นเหรอฮะ ?

 

         “ขอโทษนะคะน้องซึงรี ที่พี่ทำให้เข้าใจผิดน่ะค่ะ” สาวสวยเอ่ยขอโทษที่ทำให้คนตัวเล็กเข้าใจผิด

 

         “ท๊อปก็นะ ไม่บอกอะไรน้องซักนิด ดูสิน้องมันคิดเองเออเองไปหมดแล้วนั่นน่ะ !!”

 

         “ก็น้องไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้เลยนี่ครับ พี่ดงอุค เช้ามาผมก็ต้องรีบไปทำงาน ไม่มีเวลาจะบอกด้วยซ้ำไป”

 

         งั้นเรื่องที่บอกว่าไม่ยอมบอกซึงรี ก็คือเรื่องที่พี่ฮันบยอลเป็นแฟนพี่ดงอุคสินะฮะ แล้วงานวันนี้ก็คืองานวันเกิดพี่ฮันบยอลสินะฮะ . . . โอ๊ยย~ แล้วนี่ทำอะไรลงไปบ้างเนี่ย ซึงรี ทำไมทำอย่างนั้นออกไปได้ น่าขายหน้าชะมัดเลย . . . ซึงรีหนีกลับบ้านก่อนดีกว่าฮะ !!

 

         “นี่มันก็ดึกแล้ว งั้นซึงรีขอตัวกลับก่อนนะฮะ พี่ดงอุค พี่ฮันบยอล ขอโทษด้วยฮะที่ทำกริยาไม่สมควรออกไป ขอโทษด้วยฮะที่เข้าใจผิด~ อ๊ะ แล้วก็ สุขสันต์วันเกิดนะฮะ” ว่าพลางหันตัวกลับเดินไว ๆ รีบออกจากตรงนี้ไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ . . . ถ้าไม่เกรงใจคนอื่น ๆ ในงานนี่ ซึงรีจะวิ่งกลับไปขึ้นรถพี่แทยังแล้วจริง ๆ นะฮะ

 

         “เดี๋ยวสิครับ ซึงรีกลับกลับพี่สิ รอพี่ด้วยสิครับ พี่กลับด้วย !! . . . ผมขอตัวก่อนนะครับ พี่ดงอุค พี่ฮันบยอล” ยังไม่ทันที่จะฟังคำตอบรับของทั้งสองคน คนตัวโตก็รีบวิ่งตามคนตัวเล็กไปทันที

 

         “งั้นผมก็ขอตัวกลับด้วยเลยแล้วกันครับ พี่ดงอุคพี่ฮันบยอล พอดีพรุ่งนี้ผมมีงานที่จะต้องทำแต่เช้าน่ะครับ” แทยังเองก็ขอตัวกลับด้วยอีกคน

 

         “ขอบคุณนะคะท๊อป น้องซึงรี น้องยองเบด้วย ที่อุตส่าห์มากัน ขับรถกลับบ้านดี ๆ นะคะ” ฮันบยอลกล่าวรับคำลาด้วยความเป็นห่วงน้องชายทั้งสามคน

 

 

         “เรากลับเข้าไปในงานกันดีกว่าครับ อูรี เดี๋ยวคนจะสงสัยกัน ว่าเจ้าของงานหายไปไหนนาน”

 

         “ค่ะ . . . แต่น้องซึงรีนี่น่ารักจริง ๆ นะคะ น่ารักกว่าที่คุณเคยพูดให้ฟังซะอีก”

 

         ดูเหมือนว่าฮันบยอลจะถูกชะตากับซึงรีซะแล้วล่ะ

' ' To Be Continue . . . , , *

 

 

' ' Writer Talk , , *
เอ๋อมากเลยอ่ะหนู~ ตอนนี้เนี่ย สมฉายาหนูจริง ๆ เอ๋อโดนใจไรเตอร์มากอ่ะ กร๊ากกก~ XD
ตอนสองสั้นไปนิดนึงเน๊~ พยายามจะตัดให้มันไล่เลี่ยกันกับตอนสาม แต่ตัดยังไงมันก็ไม่ลงงตัวซะที
ก็เลยต้องตัดตอนสองสั้นหน่อย แล้วมันจะไปยาวเอาตอนที่สามแทนนะ
 
เรื่องนี้สามตอนจบค่ะ . . . เดี๋ยวเราก็จะมีฟิคจบเพิ่มขึ้นอีกเรื่องนึงแล้ว เย้~ \>w
ท่าทางว่าจะต้องเริ่มเขียนฟิคยาวบ้างแล้ว ลองมือกับ ชอตฟิค วันชอตมาเยอะพอสมควรแล้วนี่นะ . . . แม้ว่าในความรู้สึกของเราเอง เราจะยังคิดว่าตัวเองเขียนไม่ค่อยสนุกก็เถอะ
 
คอมเมนต์กันได้เต็มที่เลยนะคะ ติ-ชม ได้ตามสบาย เพื่อเราจะเอาไปใช้ในการปรับปรุงการเขียนของเราให้น่าอ่านมากยิ่งขึ้นในภายหลังนั่นเองค่ะ
 
รักไรเตอร์นะคะ . . . ขอบคุณทุกคนจริง ๆ

Comment

Comment:

Tweet

ฟิคทูซึง ^ ^ ไม่ว่าน้องเป็นนางเอกเรื่องไหน ต้องตามไปอ่านให้หมด

เรื่องนี้ฮาน้องซึงที่คิดเองเออเอง งอนเอง ร้องไห้งอแงอีกตะหาก 5555 อยากถามน้องจังว่าเหนื่อยมั้ย ถ้าเหนื่อยจะได้ให้ไรเตอร์จัดการเทมป์ให้เหนื่อยกว่า (ได้ใช่มั้ยจ้ะไรเตอร์ป๊อป..ไม่รู้เรียกถูกมั้ย ^ ^)

เทมป์อ่ะไม่ยอมบอกน้องซะที ปล่อยให้น้องปล่อยไก่ตัวเบ้อเร้อ น่าโมโหแทนน้องอ่ะ (น้องไม่ผิด เทมป์ผิดทุกกระทง)

เข้ามาอ่านเรื่องนี้ทีเดียวสองตอนรวด ไม่รู้จะเม้นติชมยังไง เพราะรู้สึกว่าอ่านได้เรื่อยๆ ไม่ติดขัดจ้า และซึงริที่งอแงก็น่ารักได้ใจรีดเดอร์ไปแล้ว (แทบไม่ช่วยอะไรเลย ขอโทษทีน้า)

พี่(น่าจะใช่)เป็นกำลังใจให้แต่งฟิคยาวมาให้อ่านด้วยน้าไรเตอร์ป๊อป

#1 By hahah on 2011-02-12 01:02