{SF-KhunWoo} แกล้งป่วย

posted on 23 Feb 2011 15:55 by lollipoppo-fictions in ShortFictions
(After Valentine Fictions)
            หลายวันที่ผ่านมา หลังจากที่ใครบางคนกลับมาจากทริปท่องเที่ยววันวาเลนไทน์ ผมก็รู้สึกได้ว่ามันมีบางอย่างที่เปลี่ยนไป 

          หลายวันมานี้ พี่คุณไม่เข้ามาอยู่ใกล้ ๆ ผมเหมือนทุกที . . . แน่ล่ะสิ! ได้กลับบ้านเกิดไปท่องเที่ยวกับเหล่าออมม่านี่นา ถึงแม้ว่าจะชวนผมไปทริปท่องเที่ยวด้วยกันก็เถอะ แต่จางอูยองที่มีงานถ่ายละครอยู่แบบนี้จะไปด้วยได้ยังไงกัน อยากไปจะตายไปประเทศไทย อากาศก็สบาย ไม่หนาวเหมือนที่เกาหลี ถึงแม้ว่าอุณหภูมิอาจจะต่างกันมากจนอาจจะทำให้ไม่สบาย ก็แค่กลับมาดูแลตัวเองเพิ่มอีกนิดหน่อยมันก็ไม่น่าจะเป็นอะไร อีกอย่างนึงนั่นก็เป็นงาน เป็นงานของพี่คุณ แล้วผมจะเข้าไปวุ่นวายทำไมกัน แถมก่อนไปก็เอาเปรียบผมไว้ซะเยอะ อิ่มหนำสำราญแล้วล่ะสิ ท่าทางจะมีความสุขมากเลยนะครับ . . . หมันไส้ชะมัด ชักอยากจะเอาคืน (?) บ้างซะแล้วสิ แต่จะเอาคืนยังไงดีนะ . . . อ๊ะ! รู้แล้วล่ะ แต่คงจะต้องขอความร่วมมือจากทุก ๆ คนกันหน่อยล่ะนะครับ

 

          แทคยอนฮยอง~ ทุก ๆ คน ผมขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิครับ

 

 

 

          . . . . . . .

 

 

 

          อูยอง!” เสียงที่ฟังดูร้อนรนดังขึ้นพร้อม ๆ กับประตูห้องที่ถูกดันให้เปิดเข้ามา

 

          ฮึม~ พี่คุณเหรอครับ ?” คนน่ารักงัวเงีย ลุกขึ้นจากเตียงนอนเพื่อจะมองดูต้นเสียงที่คุ้นเคยก่อนที่เจ้าของเสียงนั้นจะเดินเข้ามาใกล้พลิกหลังมือทาบลงบนหน้าผากของคนที่อยู่บนเตียงอุ่นนุ่ม

 

          ตัวรุม ๆ นะ ไม่สบายหรือเราน่ะ ? พี่กลับมาถึงแทคก็บอกว่าอูยองอาการแปลก ๆ แล้วก็ไม่ยอมออกมาจากห้องนอนด้วย

 

          ก็กลับมาจากถายละคร แล้วมันรู้สึกเพลีย ๆ น่ะครับ ก็เลยขอตัวมานอนพักซักหน่อย

 

          แล้วทานยารึยังครับ ? เดี๋ยวมันจะเป็นหนักกว่านี้เอานะ ทานกันไว้ก่อนดีกว่ามั๊ย

 

          ไม่เป็นไรหรอกครับ มันไม่ได้เป็นหนักถึงขนาดที่ว่าผมจะทำงานไม่ไหว แน่ล่ะ! ก็ทั้งหมดมันเป็นแผนแกล้งป่วยนี่นา อุตส่าต์ขอควาช่วยเหลือให้ทุกคนเงียบ ๆ อย่าพูดอะไรออไปให้พี่คุณรู้ว่าผมแกล้ง พี่แทคยอนก็ให้ความร่วมมือซะอย่างดี คงเพราะอยากจะเห็นพี่คุณโดนเอาคืนบ้างล่ะมั้ง เอาเป็นว่า เมมเบอร์ที่เหลือรวมหัวกันอยู่ก็แล้วกัน

 

          ไม่ได้นะ ยังไงก็ต้องทานอะไรซักหน่อยนึงจะได้ทานยาได้นะครับอูยอง . . . ทานข้าวต้มไหวไหม หรือจะเอาเป็นซุปดีครับ ?”

 

          ข้าวต้มก็ได้ครับพี่คุณ น่าจะทานไหว จริง ๆ น่ะ หิวจะแย่อยู่แล้วคร๊าบ~

 

          งั้นรอแปปนึงนะครับ เดี๋ยวพี่ไปทำมาให้ทาน อย่าเพิ่งหลับไปซะก่อนล่ะคนหล่อยกยิ้มอย่างเอ็นดู ยกมือขึ้นลูบหัวคนน่ารักเบา ๆ ก่อนจะลุกออกจากห้องไป

 

          นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่ได้ทานอาหารฝีมือพี่คุณ ข้ามต้มฝีมือหนุ่มไทยนามนิชคุณ . . . อย่าอิจฉากันซะล่ะครับ ไม่ได้เป็ฯโอกาสพิเศษอะไรทั้งนั้นนั่นแหละ เพราะไม่สบายต่างหาก ผมถึงได้ทานข้าวต้มฝีมือหนุ่มไทย ก็นานพอดูแล้วเหมือนกันนะครับเพราะผมเองก็ไม่ได้ไม่สบายมากขนาดนั้นอีกเลย

 

          ยังดีนะครับที่จากนี้ไปอีกสองสามวัน ทูพีเอ็มจะได้หยุดพักผ่อน ผมเองก็จะได้หยุดด้วยเพราะละครดรีมไฮเองก็ถ่ายเผื่อเอาไว้เยอะแล้วเหมือนกัน ก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะมีเวลาได้เอาคืน (?) กันซะบ้าง

 

          มาแล้วคร๊าบ~ ข้าวต้มร้อน ๆ อร่อย ๆ ฝีมือพี่คุณ

 

          โหยย~ หอมชะมัดเลยครับ ชักหิวแล้วอ่ะ

 

          หิวล่ะสิ! มานี่มา พี่ป้อนดีกว่านะครับ

 

          ครับ คนน่ารักอมยิ้มแก้มตุ่ย . . . แกล้งป่วยแบบนี้มันก็ดีเหมือนกันเนอะ มีคนมาเอาใจ โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้เรื่องมาคอยเอาใจอยู่แบบนี้ มันรู้สึกดีมาก ๆ เลยล่ะครับ

 

          ระวังร้อนนะครับอูยอง พี่เป่าให้บ้างแล้วแต่ก็ไม่แน่ใจนะว่ามันพอดีสำหรับเรารึยัง . . .” ว่าพลางยื่นช้อนคันสวยที่เต็มไปด้วยข้าวต้มอุ่น ๆ ไปใกล้ริมฝีปากของคนน่ารัก

 

          อุ๊! . . . มันร้อนอ้ะพี่คุณ!!”

 

            “อ้าว ? ยังร้อนอยู่อีกเหรอ . . . ขอโทษครับ ๆ ก็พี่คิดว่ามันพอดีสำหรับอูยองแล้วนี่นา~”

 

            “พี่จะแกล้งผมเหรอ . . . รู้ก็รู้ว่าผมลิ้นแมวอ่ะ

 

          จู่ ๆ มือหนาก็ยื่นเข้ามาใกล้กับริมฝีปากใหม่อีกครั้ง คนหล่อจัดการเป่าข้าวต้มในช้อนให้เย็นขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง

 

          คราวนี้น่าจะโอเคแล้วล่ะครับ คนน่ารักมองข้าวต้มในช้อนอย่างหวั่น ๆ สัลบกับการมองหน้าคนหล่ออย่างชั่งใจ จนคนหล่อต้องทดลองแตะข้าวต้มในช้อนด้วยริมฝีปากของตัวเองก่อนครั้งหนึ่ง โอเคแล้วล่ะ อูยองน่าจะทานได้แล้ว ก่อนจะยื่นช้อนกลับไปใกล้กับริมฝีปากของคนน่ารักอีกครั้ง เพื่อให้คนน่ารักค่อย ๆ ละเลียดมันลงลำคอไป

 

 

 

          หื๊อ~ พอแล้วครับพี่คุณ ผมอิ่มแล้วล่ะ

 

            “ยังทานได้ไม่เยอะเลย อีกซักคำสองคำก็ยังดี . . . นะครับ คนหล่อ่งสายตาเป็นห่วงมาให้อย่างเห็นได้ชัดจนคนน่ารักที่ถูกมองอยู่ต้องหลบสายตา

 

          เขินอะไร ทำไมถึงต้องหลบตาพี่ด้วยล่ะครับ หืมม~ ? ชอบหลบสายตาพี่ซะจริง

 

          . . ผมเปล่าซักหน่อย!” ก็เล่นมองผมจริงจังซะขนาดนั้น ขนาดหลบสายตายังประหม่าขนาดนี้ ขืนให้มองตรง ๆ คงไม่มีสติเหลือเป็นแน่

 

          โอเค ๆ อิ่มแล้วก็อิ่มแล้ว งั้นทานยานะครับ

 

          หึ~” คนน่ารักส่ายหัว ผมไม่ทานยา ไม่เอา ก็ผมไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อยนึงนี่ จะทานทำไม

 

          ถ้าไม่ทานยาแล้วจะหายได้ยังไงกันล่ะครับ ?”

 

            “ก็ยามันขม . . . ไม่เอาอ้ะ ยังไงผมก็ไม่ทาน . . ไม่เอา . . . . อื๊ออออ~”

 

          ยังไม่ทันที่คนน่ารักจะได้ท้วงอะไร ริมฝีปากบางก็ถูกบดเบียดด้วยริมฝีปากหนาก่อนจะรู้สึกได้ถึงเม็ดยารสขมและของเหลวที่บรรจุอยู่ภายในโพรงปากของคนตรงหน้า ที่กำลังใช้วิธีบังคับให้คนน่ารักได้ทานยาเข้าไปแต่โดยดี

            ริมฝีปากหนาบดเบียดริมฝีปากบางผลักดันยาเม็ดเล็กให้เข้าสู่โพรงปากอ่อนนุ่มกดจูบแนบชิดเนิ่นนาน บังคับให้คนน่ารักกลืนยารสขมลงลำคอ หลังจากคนน่ารักกลืนยาลงไปแล้วก็ยังคงไม่ยอมปล่อยให้ริมฝีปากบางได้รับอิสรภาพ คนหล่อสอดลิ้นเข้าตักตวงกวาดต้อนรสหวานในโพรงปากนุ่ม ดูดดึงลิ้นเรียวเล็กให้เกี่ยวกระหวัดตอบรับสัมผัสอย่างเอาแต่ใจ จนกำปั้นขาวทุบลงกลางอกแกร่งเพื่อประท้วงขออากาศหายใจ เมื่อคนหล่อรับรู้ได้ว่าคนน่ารักของเขาใกล้จะหมดลมหายใจจึงปล่อยให้ริมฝีปากบางได้รับอิสรภาพและกอบเก็บเอาอากาศหายใจ

 

          อึก~ ผมป่วยอยู่นะพี่คุณ!”

           

            “แล้วปกติคนป่วยเค้าจูบตอบกันแบบนั้นด้วยเหรอครับ ?” คนหล่อตอบกลับคนน่าร