{SF-2Seung} ไม่อยากให้เธอไว้ใจ >3 [End]
posted on 09 Mar 2011 18:13 by lollipoppo-fictions in ShortFictions
“ซึงรี . . . ซึงรีอา~ รอพี่ก่อนสิครับ” อย่ามาเรียกชื่อซึงรีเสียงอ่อนเสียงหวานอย่างนั้นนะพี่เทมป์ !! ซึงรียังไม่อยากมองหน้าพี่เทมป์ตอนนี้หรอกนะ เพราะตอนนี้พี่เทมป์ต้องทำหน้าตาเจ้าเล่ห์มาก ๆ อยู่แน่เลย
โอ๊ยย~ น่าอับอายขายหน้ากับตระกูลอีไปขนาดไหนกันนะฮะ ไม่ดูสถานการ์อะไรเลย อีซึงฮยอน หึงอะไรไม่เข้าท่า หึงเค้าไปทั่ว หึงแม้กระทั่งแฟนของพี่ชายร่วมที่ทำงานแบบนี้ อีซึงฮยอน เป็นบ้าไปแล้ว !!
ก็เพราะบ้ารักคนบางคนมากมายขนาดนี้นั่นแหละ ถึงได้ทำเรื่องน่าอายขนาดนั้นออกไปได้
แต่ดูเหมือนว่าซึงรีจะหนีใครบางคนคนนั้นไม่รอดแล้วล่ะฮะ ตามซึงรีมาทันแล้วนี่ ยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนั้นอยู่จริง ๆ ด้วยสิ ฮืออ~ อยากจะหายไปจากโลกกมันซะเดี๋ยวนี้เลยจริง ๆ นะฮะ น่าอายชะมัด
“รอพี่ก่อนสิครับ” ตามมาคว้าแขนซึงรีไว้ได้แล้วไงฮะนั่นน่ะ
“เป็นอะไรไปครับ หืมม~ ?”
“ปะ . . . เปล่านี่ฮะ !! ซึงรีไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อยนึง พี่เทมป์คิดไปเองมั๊ง~”
“ครับ ๆ ถ้าไม่มีอะไร ก็กลับบ้านกันเถอะ เนอะ !!”
“อะไร . . . ซึงรีไม่ขึ้น ซึงรีจะกลับกับพี่แทยัง”
“แทยังกลับไปแล้ว จะกลับกับแทยังอะไรล่ะ หือ ?”
“กลับไปตั้งกะเมื่อไหร่ฮะ ก็นี่ไงฮะ ระ . . . อ้าว !! แล้วรถพี่แทยังไปไหนแล้วล่ะฮะ ?” ไม่ทันแล้วล่ะครับ นี่เจ้าตัวไม่รู้เลยสินะ ว่าขณะที่กำลังเดินหนีหน้า แล้วก็เถียงผมอยู่เมื่อกี๊เนี่ย แทยังก็ขึ้นรถขับออกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
“ขึ้นดี ๆ เถอะน่า จะได้คุยกันไปด้วยไง นะ . . .”
“ค . . . คุยอะไรฮะ ซึงรีไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องคุยกับพี่เทมป์แล้ว~”
“แต่พี่มีนี่นา”
“พะ . . .พี่ก็คุยไปคนเดียวสิ ผมไม่คุยด้วยหรอก !!” ถึงจะพยายามทำหนเตาเป็นปกติ แต่ใบหูรั้น ๆ กับแก้มเนียน ๆ ที่มันแดงอยู่นั่นมันปิดผมไม่อยู่หรอกนะ ถ้าไม่อยากคุยกัน . . . โอเค! ผมไม่คุยก็ได้
แต่แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ !!
“ขึ้นรถเถอะ มันดึกมากแล้ว นะ ซึงรีอา~”
“หยะ . . . อย่ามาทำเสียงหวานใส่ซึงรีแบบนั้นสิฮะพี่เทมป์” คนยิ่งทำตัวไม่ถูกอยู่ด้วย เจอเสียงหวาน ๆ แบบนี้เข้าไปก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกไปกันใหญ่น่ะสิฮะ ซึงรีว่าซึงรีหนีขึ้นรถดีกว่า~
คนตัวเล็กกระโดดขึ้นนั่งบนเบาะหลังรถ ก่อนจะปิดประตูดังปัง นี่คิดว่านั่งเบาะหลังแล้วจะหนีผมพ้นใช่มั๊ย ? ผิดถนัดแล้วล่ะครับ ซึงรี ไปนั่งเบาะหลังแบบนั้นน่ะ มันยิ่งจะทำให้เราถูกพี่ต้อนให้จนมุมง่ายกว่าเดิมอีกนะครับ
คนตัวโตขึ้นนั่งยังที่นั่งคนขัย ปิดประตูลงก่อนจะกดล๊อคประตูทั้งหมดจากแผงคอนโซลข้างตัว และพยายามย้ายร่างใหญ่ ๆ ของตัวเองข้ามไปยังเบาะหลังเพื่อจะไล่ต้อนคนปากแข็ง
“ซึงรีอา~”
“พะ พี่เทมป์ จะทำอะไรน่ะฮะ! จะข้ามมาทำไม !!” ข้ามกลับไปเลยนะ กลับไปขับรถเลยนะ ซึงรีอยากกลับบ้านแล้วนะฮะ
“ก็ข้ามมาจัดการกับคนปากแข็งน่ะสิครับ”
“ค . . . ใครกันฮะ คนปากแข็งคนนั้นน่ะ ไม่มี๊ ไม่มี ไม่เห็นมีซักกะคนนึง!!” ปากก็บอกว่าไม่มี แต่ทำไมต้องหลบสายตากันขนาดนั้นด้วยล่ะซึงรีอา อย่าเลย อย่าหนีซะให้ยาก หนีพี่ไปไหนไม่รอดหรอกครับ
“อ๊ะ! พี่เทปม์ !!” คนตัวเล็กตกใจร้องเสียงหลง เมื่อร่างเล็กถูกกดลงไปนอนราบขนาบกับเบาะนั่ง ก่อนจะถูกทาบทับด้วยร่างใหญ่ ที่ตอนนี้กำลังส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาหา
“หึงพี่หรือไง ?”
“ผมจะไปหึงพี่ทำไมกัน !!”
“งั้นเหรอ ? . . . เอ~ แล้วใครกันน๊า ที่ร้องไห้โฮ บอกว่าพี่ไปคบกับพี่ฮันบยอล แล้วก็ไม่สนใจตัวเองแล้ว ไม่รักตัวเองแล้วน่ะครับ ?”
“. . . . .”
ไม่มีสัญญาณตอบรับจากปลายสายที่ท่านเรียกหา . . . เถียงไม่ออกแล้วล่ะสิครับ ถึงได้แต่นั่งก้มหน้าแดง ๆ นั่นหลบสายตาพี่อยู่แบบนี้น่ะ
“กะ . . . ก็พี่เทมป์อยู่กับพี่ฮันบยอลแทบจะทั้งงาน เป็นใคร ใครเค้าก็คิดแบบซึงรีทั้งนั้นนั่นแหละ ใครก็ต้องเข้าใจว่าพี่เทมป์ไปคบกับพี่ฮันบยอล”
“ก็พี่ดงอุคเค้าต้องคอยดูแลงานช่วยพี่ฮันบยอล พี่ดงอุคก็เลยฝากให้พี่ช่วยดูแลพี่ฮันบยอลแทนนี่ครับ”
“ก็แล้วทำไมไม่บอกซึงรีก่อนล่ะ !!”
ยัง . . . ยังไม่ยอม ยังเถียงเอาเป็นเอาตายได้แบบนี้นี่ ยังไม่ยอมสินะ
“ยอมรับแล้วเหรอ ว่าคิดเอาเอง ว่าหึงพี่อยู่น่ะ”
“ใครคิดเอาเอง อย่ามามั่วนะ . . . อ๊ะ อ๊า~” คนตัวเล็กเผลอร้องเสียงหวานหู เพราะถูกคนตัวโตเจ้าเล่ห์ สัมผัสเข้าที่ส่วนอ่อนไหว
“ยอมรับเถอะน่าซึงรี ว่ากำลังหึงพี่อยู่น่ะ หืม~”
“ซะ . . . ซึงรีไม่ได้หึงนะ อ๊ะ! อย่านะพี่เทมป์ ตรงนั้นมัน . . . อื๊ออออ~”
“หึงพี่อยู่ชัด ๆ อ่ะ ไม่งั้นเราไม่ร้องไห้งอแงเป็นเด็ก ๆ แบบนั้นออกมาหรอกครับ ซึงรีอา~”
“มะ . . . ไม่ได้หึง . . . อะ อ๋า~ หยุดเลยนะฮะ . . .” คนตัวเล็กที่กำลังเสียเปรียบ ร้องผวาเมื่อคนตัวโตบนร่างกำลังแกะเข็มขัดที่พันอยู่รอบเอวเล็กออก ก่อนจะพยายามรูดซิปกางเกงคนตัวเล็กลง จนคนที่กำลังโดนเอาเปรียบอยู่ต้องรั้งมือใหญ่เอาไว้ไม่ให้ทำอะไรไปมากกว่านี้ “นี่มันในรถนะ พี่เทมป์ !!” จะทำอะไรก็ไปทำที่ห้องสิ อย่ามาทำตรงนี้ ซึงรีไม่ทำในรถนะ อ๊ะ~! ไม่สิ ไม่ ไม่ จะที่ไหนซึงรีก็ไม่ทั้งนั้นนั่นแหละ ซึงรีกำลังโกรธพี่อยู่นะ
“ก็ในรถน่ะสิ . . . ไม่มีใครเห็นหรอกน่า มันดึกขนาดนี้แล้วนะครับ” ไอ้ดึกขนาดนี้ของพี่น่ะ มันเพิ่งจะ 5 ทุ่มกว่าเองนะฮะ งานวันเกิดพี่ฮันบยอลก็ใกล้จะเลิกแล้วด้วย แล้วนี่มันก็ลานจอดรถกลางแจ้งนะ ไม่ใช่ตึกจอดรถนคอนโดเรา ที่จะไม่ค่อยมีคนผ่านไปมา
“ไม่เกี่ยวกันเลย ปล่อยซึงรีนะ ซึงรีจะกลับบ้านแล้ว !!”
“แต่พี่ต้องง้อซึงรีก่อนนี่ ? ” ใครบอกกันว่าจะต้องมาง้อตอนนี้ ไม่ต้อง ไม่ต้องง้อเลยก็ได้
“ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องง้อ ไม่ได้โกรธ ไม่ได้หึง~”
“เด็กปากแข็ง” อย่างนี้มันต้องกำราบกัซะบ้างแล้ว เผื่อว่าปากกับใจจะตรงกันมั่ง ว่าพลางขืนมือออกจากแรงรั้งก่อนจะบุกรุกเข้าไปภายใต้กางเกงยีนส์ตัวหนา จนคนตัวเล็กหลุดครางเสียงหวาน
“อ๊า~ หยะ . . . หยุดนะพี่เทมป์ ซึงรี มะ . . . ไม่เล่นด้วยนะฮะ . . . ฮึ๊มมมมมม~” อาศัยจังหวะที่คนตัวเล็กเปิดปากพูด กดจูบหนักหน่วงทาบทับ ย้ำสัมผัสแนบแน่น สอดลิ้นอุ่นร้อนอ่อนโยนเข้ากอบเก็บความหวานหอมภายในโพรงปากอ่อนนุ่มของคนตัวเล็ก ไล่ต้อนลิ้นเรียวของคนใต้ร่างอย่างหยอกเอิน มือเล็กของคนใต้ร่างที่เคยพยายามฉุดรั้งมือของคนตัวโตเพื่อไม่ให้ทำอะไรไปมากกว่านั้น ตอนนี้กลับวางอยู่บนไหล่กว้างของคนตัวโตอย่างเบามือและไร้ซึ่งการปกป้อง
“อี๊อออออ~” เสียงครางในลำคอที่ฟังดูเหมือนอยากจะปฏิเสธในสิ่งที่คนบนร่างกำลังหยิบยื่นให้ แต่ร่างกายกลับโอนอ่อนคล้อยตามไปกับรสสัมผัสที่คนตัวโตมอบให้อย่างยินยอมและว่าง่าย
นี่มันร่างกายของซึงรีหรือของพี่เทมป์กันแน่ะฮะ! ทำไมมันถึงไม่ยอมเชื่อฟังซึงรีเลยซักนิด ก็บอกว่าไม่ทำในรถ ๆ . . . ยังไงซึงรีก็ไม่ยอมนะ หยุดเลยนะ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะพี่เทมป์ ก่อนที่ซึงรีจะห้ามตัวเองไว้ไม่ไหวน่ะฮะ มือเล็กที่พยายามจะทุบลงที่แผ่นหลังของคนเอาแต่ใจ แต่มันกลับควบคุมให้ตามตามสิ่งที่คิดไม่ได้ แทนที่จะได้ทุบลงกลางหลังของคนเอาแต่ใจเต็มแรง กลับทำได้แค่เพียงโอบล้อมรอบคอของคนตัวโตเพื่อให้แนบชิดกันมากยิ่งขึ้น
“อึก . . . อื๊มมมมมม~” เสียงครางหวานที่ฟังดูเหมือนอยากจะปฏิเสธในหนแรก มาจนตอนนี้กลับฟังดูคล้อยตามคนเอาแต่ใจไปซะแล้วสิ . . . เมื่อคนบนร่างเริ่มรับรู้ได้ว่าคนตัวเล็กใต้ร่างเริ่มโอนอ่อนไปกับสัมผัสที่ตนเองมอบให้แล้วก็กลับละริมฝีปาก และสัมผัสด้านล่างออกมาให้คนตัวเล็กได้ร้องขัดใจ . . . ไม่ได้ละออกมาเพื่อที่จะหยุด แต่กลับละออกมาเพื่อจะรังแกคนตัวเล็กใต้ร่างให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น
“ว่ายังไง หืม ? ซึงรีอา~”
“ยังไง อะ . . . อะไรเล่า !!”
“จะยอมรับรึยัง ว่าหึงพี่เทมป์น่ะ หือ ?”
“. . . . .”
ปะ . . . เป็นคำถามที่น้ำเสียงเจ้าเล่ห์มากที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาเลยฮะ ถามทั้ง ๆ ที่ทำให้ซึงรีเตลิดเปิดเปิงไปขนาดนี้แล้วก็หยุด . . . . ไม่ ๆ ไม่ !! ซึงรีไม่ได้รู้สึกอะไรเลยจริง ๆ ซึงรีไม่ได้รู้สึกอะไรเลยนะฮะ กะ . . ก็แค่ . . . แค่ แค่เคลิ้มไปหน่อยเท่านั้นเอง นิดเดียวเองจริง ๆ นะฮะ เชื่อซึงรีสิ
ถามอะไรไปก็ไม่ยอมตอบนะครับซึงรีอา . . . แต่ถึงจะไม่ตอบ พี่ก็รู้หรอกน่าว่าซึงรีกำลังคิดอะไรอยู่ กำลังเคลิ้มล่ะสิ ติดใจรสจูบของพี่ใช่มั๊ย เตลิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วมั้งนั่น ก็พี่ทำไปขนาดนั้นแล้วก็ผละออกมาอย่างนี้นี่นะ ตอนนี้ต้องกำลังคิดว่าพี่เทม์คนนี้เจ้าเล่ห์มาก ๆ ด้วยใช่มั๊ยครับซึงรี . . . แต่ถาคิดว่านั่นน่ะเจ้าเล่ห์ที่สุดของพี่เทมป์แล้วล่ะก็นะ . . .
ซึงรีกำลังคิดผิดครับ !!
“ว่ายังไง ซึงรี~”
“อะ . . . อะไร !? จะเรียกทำไมบ่อย ๆ เล่า!” สติซึงรียิ่งไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่ กระเจิดกระเจิงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วนะนั่น แล้วยิ่งพี่เทมป์มาเรียกซึงรีเสียงอ่อนเสียงหวานอย่างงี้แล้วด้วย อย่าปล่อยให้ซึงรีอยู่กับพี่เทมป์จอมเจ้าเล่ห์แค่สองคนซี่~ กลับมานะ กลับมาอยู่เป็นเพื่อนซึงรีก่อนสิฮะ คุณสติสัมปชัญญะ
“ก็ซึงรีไม่ยอมตอบพี่นี่ครับ . . . ยอมรับมาดี ๆ เถอะน่าว่าหึงน่ะ”
“ซะ . . . ซึงรีไม่ได้หึงซักหน่อยนึงอ่ะ ฮื๊อออ~”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนเจ้าเล่ห์ที่กำลังได้เปรียบด้านบนแทบจะในทันที ที่สัมผัสจุดอ่อนไหวของคนใต้ร่างอย่างกลั่นแกล้ง
“อ๊ะ~ พะ . . . พี่เท๊มมมมมม~”
“ครับ? ว่ายังไงซึงรี~”
“หยะ . . . หยุดมือพี่เดี๋ยวนี้เลยนะ อึ๊กก~”
“อยากให้หยุดก็พูดมาก่อนสิครับ . . . ว่ายังไง~ หืออ~”
“ไม่!! . . . ยังไงซึงรีก็ไม่พูด เพราะซึงรีไม่ได้หึงพี่ซักหน่อย . . อะ! . . .อ๊ะ!!”
“ถ้างั้นก็ลองดูหน่อยแล้วกันนะซึงรี ว่าใครจะอดทนได้นานกว่ากันน่ะ”
ถ้าไม่ยอมพูดออกมาผมก็จะแกล้งอยู่อย่างนี้นี่แหละ . . . ถ้าซึงรีจะไม่ไหว ผมก็จะหยุดไว้ซะก่อน ถ้ายังทนไหวผมก็จะกลั่นแกล้งให้ทนไม่ไหว . . . จะทรมานเด็กปากไม่ตรงกับใจอยู่อย่างนี้ จนกว่าจะยอมพูดคำว่า ‘หึง’ ออกมาให้ผมได้ยินนั่นแหละ
.
.
กว่าครึ่งชั่วโมงที่คนตัวโตทาบทับคนตัวเล็กให้อยู่ใต้ร่าง พลางกลั่นแกล้งคนตัวเล็กให้ได้ทรมานอยู่ในความสุขสมจากการปรนเปรอของคนเจ้าเล่ห์ ร่างกายที่เคยถูกทาบทับเพียงบางส่วน มาจนบัดนี้กลับถูกทาบทับจนแทบจะแนบสนิท ไม่เหลือช่องว่าง แต่คนตัวเล็กเองก็ยังถูกกลั่นแกล้งอย่างเอาแต่ใจอยู่เช่นเดิม
“พี่เทมป์ . . .พอเถอะนะฮะ อึก ซึงรี จะทนไม่ไหวแล้วนะ . . . อ๊ะ!”
“อยากให้พี่พอก็พูดออกมาสิครับซึงรี พูดคำนั้นออกมาให้พี่ได้ยินสื”
คนบ้า!! อยากได้ยินอะไรถึงขนาดนั้นกัน อยากได้ยนจนถึงกับต้องทรมานซึงรีให้แทบจะตายทั้งเป็นแบบนี้เลยหรือยังไงกัน เป็นผู้ชายด้วยกันก็น่าจะรู้นี่ฮะ ว่าการที่ต้องมาโดนปลุกปั่นกลั่นแกล้งกันอยู่แบบนี้โดยไม่ยอมให้ไปซักทีน่ะมันทรมานกันขนาดไหน
ถึงซึงรีจะหึงจริงอย่างที่พี่ว่า ซึงรีก็ไม่พูดออกไปหรอก ยังไงซึงรีก็จะไม่พูดออกไปให้พี่ได้ยินเด็ดขาด คนขี้โกง!!
“ อ๊ะ . . . อ๊า~ หยุดนะ พี่เทมป์~ อื๊ออ อออ พอเถอะ . . อึกก . . . นะ นะฮะ” ลองเปลี่ยนโหมดไปอ้อนวอนดูหน่อยดีกว่า ต้องลองใช้เสียงหวาน ๆ ดวงตาใส ๆ ที่เป็นไม้ตายของซึงรี เผื่อว่าจะยอมให้ซึงรีบ้าง
“ไม่ต้องมาอ้อนเสียงหวานใส่พี่เทมป์เลย ยังไงซะพี่ก็ไม่ยอมหรอกนะ” ถึงแม้ว่าอยากจะเลิกแกล้งซึงรีซะตั้งแต่ที่ดวงตาใส ๆ คู่นั้นช้อนตาขึ้นมามองกันก็เถอะ แต่ยังไงผมก็อยากได้ยินคำว่า ‘หึง’ จากปากของซึงรีนี่ครับ
ชิ! รู้ทันอีกแน่ะว่าซึงรีใช้ไม้ตาย เพื่อที่จะให้ปล่อยน่ะ . . . นี่ซึงรีจะสู้คนเจ้าเล่ห์คนนี้ไม่ได้ไปตลอดชีวิตเลยใช่มั๊ยฮะ!!
“พูดให้พี่เทมป์ได้ยินเถอะนะครับซึงรี พี่เทมป์อยากได้ยินแล้ว นะ นะครับ~”
“มะ . . . ไม่!! . . อื๊อออ~” ฮึ่ยย~ ขี้โกงนี่นา เอาไม้ตายผมไปใช้อ่ะ เจออ้อนกลับจนได้ เล่นทำเสียงออดอ้อนกันแบบนี้ ปากมันก็พูดไม่ยอมได้อยู่หรอก แต่ไอ้ใจกับร่างกายที่มันเป็นอยู่ตอนนี้เนี่ยมันจะยอมให้รู้แล้วรู้รอดไปอยู่แล้ว
“ไม่ทรมานหรือไงครับซึงรี หืออ~ พูดออกมาเถอะน่า . . . นะ” รู้ว่ามันทรมานก็อย่าแกล้งกันอย่างนี้เซ่ ไอ้พี่บ้า ลามก โรคจิต!! ปล่อยผมซักที
“อื๊ออออ~ ไม่เอา . . .” ฮึ๊ยย~!! ดื้อด้านชะมัด แฟนใครเนี่ย จะทำยังไงก็ไม่ยอมพูดออกมาซักที แค่คำว่า ‘หึง’ คำเดียวมันพูดยากพูดเย็นรึไงกันซึงรี รู้ซะมั่งสิ ว่าคนที่ต้องทรมานมันไม่ใช่ซึงรีคนเดียวนะ สีหน้า น้ำเสียง หรือแม้กระทั่งปฏิกิริยาตอบสนองทั้งหมดที่ผ่านมาเนี่ย มันก็ทำให้พี่เทมป์ทรมานไม่ต่างกันหรอกนะครับ อยากจะกดให้จมร่าง อยากจะจัดการเด็กดื้อซะเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำไป . . . แต่ในเมื่อยังไม่ยอมกันอยู่แบบนี้ล่ะก็ . . . เอาเถอะ ก็ทนทรมานมันด้วยกันทั้งคู่นี่แหละ
คนเจ้าเล่ห์เองก็ดูท่าว่าจะเริ่มอดทนต่อไปไม่ไหว จัดการเริ่มเร่งจังหวะของมือให้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อที่จะยิ่งทรมานคนตัวเล็กใต้ร่างให้หนักหน่วง และยอมพูดมันออกมาซักที
“อะ . . อ๊ะ . . . อ๊า~ พี่เท๊มม~” คนตัวเล็กผวาสุดแรง แขนที่โอบรอบคอของคนตัวโตอยู่ก่อนหน้าเปลี่นมาเกาะกุมอยู่ที่ไหล่หนาและต้นแขนแกร่ง จิกปลายเล็บลงกับต้นแขน แสดงอาการทนไม่ไหวกับความสุขสมที่ถาโถมขึ้นอย่างรุนแรง จนแทบจะควบคุมเอาไว้ไม่ได้
“พูดเถอะนะครับ คนดี~” น้ำเสียงอ่อนหวานที่กระซิบชิดใบหู แถมด้วยออฟชั่นขบเม้มปลายหูอยากยั่วยวน มือก็พลางขยับกลั่นแกล้งคนตัวเล็กอย่างหนักหน่วง ทำให้การพยายามต่อต้านการถูกกลั่นแกล้งจากคนตัวโต ขาดสะบั้นลงในที่สุด
“ซึงรี . . อึก! . . . หึงพี่เทมป์ฮะ . . . อ๊ะ~!”
“อะไรนะครับ พี่ไม่ได้ยินเลยซึงรี” ทั้งที่ได้ยินชัดแจ๋วเต็มสองหู แต่ก็ยังพยายามจะกลั่นแกล้งให้คนตัวเล็กได้อับอายไม่จบไม่สิ้น
“อึกก คนเจ้าเล่ห์ ขะ . . ขี้โกง อ๊า~” นี่ได้ยินสินะ ได้ยินแต่แกล้งไม่ได้ยินใช่มั๊ยฮะ รังแกซึงรีอยู่ได้ ขี้โกงที่สุดเลย ไอ้เรารึอุตส่าห์กลั้นใจพูดออกไปแล้ว ยังจะแกล้งไม่ได้ยินกันอีก
“พูดอีกทีเถอะนะครับ ซึงรีอา~ พี่เทมป์อยากได้ยิน . . . นะ . . .” กระซิบเสียงหวานคลอเคลียอยู่ข้างหูแบบนี้ซึงรีจะไปใจแข็งอยู่ได้ยังไงเล่าฮะ
ลำแขนขาว ๆ โอบกอดรอบคอของคนตัวโต พูดจาเสียงหวานหูอย่างขัดเขินให้คนบนร่างได้ฟังอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ซึงรีหึง ซึงรีหึงพี่เทมป์ หึง หึง หึง หึง คำว่าหึงน่ะ เข้าใจมั๊ยฮะ!!” ยังจะบอกว่าไม่ได้ยินอยู่อีกมั๊ยล่ะทีนี้ ถ้าไม่ได้ยินอีกก็หูบอดแล้วล่ะ แล้วก็จะไม่พูดแล้วด้วย ซึงรีอายจะแย่ที่อยู่ในสภาพแบบนี้แล้วยังจะต้องมาแพ้ราบคาบจนต้องยอมพูดว่าหึงออกไปแบบนี้อีก
สรุปแล้วซึงรีก็แพ้คนเจ้าเล่ห์คนนี้จนได้
“อ๊ะ พี่เท๊มม~ อะ อ๊า~ อื๊ออออ อออ . . .” เสียงครางหวานถูกสกัดกั้นด้วยริมฝีปากของคนบนร่างที่กำลังพอใจกับคำตอบที่ได้รับ แต่ก็ยังไม่วายกลั่นแกล้งคนใต้ร่างต่อ เพียงแต่การกลั่นแกล้งคราวนี้กลับไม่ใช่การกลั่นแกล้งให้ทรมานอีกต่อไป
ริมฝีปากเล็กตอบรับรสสัมผัสอ่อนหวานจากคนเจ้าเล่ห์อย่างคล้อยตาม ด้านคนเจ้าเล่ห์เองก็ป้อนจูบรสหวานให้ไม่ขาดปากจนคนตัวเล็กแทบจะไม่มีโอกาสได้หายใจ มือก็พลางปลุกปั่นส่วนอ่อไหวข้างใต้ มือเล็กๆ ขาว ๆ ทั้งสองข้าง ตอนนี้หยิบจับอะไรมาขยุ้มได้ก็ขยุ้มมันทันที เห็นที่จะมีก็เพียงแค่เสื้อเชิ๊ตบนแผ่นหลังกว้างของคนตัวโตเท่านั้นนั่นแหละที่พอจะหยิบจับได้
“อื๊อออ อออ~” ร่างเล็กจิกกำเสื้อเชิ้ตของคนตัวโต ยกตัวบดเบียดร่างกายให้แนบชิด ร้องเสียงหวานอื้ออึงในลำคอ กระตุกเกร็งร่างกายเป็นจังหวะ ปลดปล่อยเอาความสุขล้นสีขาวขุ่นออกมาจนเต็มฝ่ามือของคนตัวโตด้านบนที่ยังคงกดจูบหวานป้อนให้อยู่ไม่ขาด ก่อนจะค่อย ๆ ละริมฝีปากออกมาให้คนตัวเล็กใต้ร่างได้กอบเก็บเอาอากาศเข้าไปหายใจบ้าง
“พี่เทมป์ฮะ . . . ”
“ครับ ?” มาส่งเสียงเรียกพี่หวานหูขนาดนั้น ประเดี๋ยวก็ได้เจ็บตัวหนักกันมั่งหรอกครับซึงรี ทำได้เพียงแต่คิดในใจ แล้วก็เอียงหูไปใกล้ ๆ เพื่อที่จะรับฟังในสิ่งที่คนตัวเล็กอยากจะพูด
“ซึงรี . . รักพี่เทมป์ นะฮะ . . . ” รู้สึกเหมือนหายใจไม่ทันยังไงก็ไม่รู้สิ สติก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเหลือแล้วเหมือนกัน เปลือกตาก็หนักจนจะลืมตาไม่ไหวอยูแล้ว . . . เหนื่อยจังเลยฮะ . . .
“พี่เทมป์ก็รักซึงรีนะครับ . . . คนดีของพี่เทมป์”
“. . . . .”
“ซึงรีครับ . . . ซึงรีอา ?”
“. . . . . . . . .”
มีแต่ความเงียบตอบกลับผมมาแล้วสิ นี่โกรธผมอีกแล้วใช่มั๊ยนะ คนตัวโตชะโงกไปดูแล้วก็พบว่าซึงรีหลับไปซะแล้ว ดวงตาใส ๆ ที่ทำให้ผมหลงไหลในทุก ๆ ครั้งที่ได้มองปิดสนิท ลมหายใจที่สม่ำเสมอนั่นด้วย นี่ซึงรีเหนื่อยขนาดนี้เลยเหรอ เหนื่อยที่ต้องร้องไห้เพราะเข้าใจผิดเรื่องผมกับพี่ฮันบยอลสินะ ไม่ได้เหนื่อยเพราะผมแกล้งหรอกเนอะ เพราะงั้นผมไม่ผิดนะ! (แกน่ะแหละตัวดีเลยเหอะ ตั้งครึ่งชั่วโมง!!)
คนเจ้าเล่ห์ตัวโต ยิ้มอย่างเอ็นดูคนตรงหน้า ก่อนจะค่อย ๆ ประทับริมฝีปากลงไปยังริมฝีปากสีหวานของคนตัวเล็กอย่างเบาบาง ก่อนจะเอ่ยคำพูดหวานหูส่งให้คนตัวเล็กหลับฝันดี
“ราตรีสวัสดิ์ครับ เจ้าชายแพนด้าเขี้ยวคมของพี่เทมป์~”
ผมเองก็ควรจะรีบกลับคอนโดสินะ นี่มันก็ดึกแล้วด้วย ทันกับความคิด คนตัวโตก็ดดกลับมานั่งยังที่นั่งคนขับ ก่อนจะขับรถออกมาจากลานจอดอย่างระมัดระวัง ด้วยเพราะกลัวว่าคนตัวเล็กจะตื่นขึ้นมา
.
.
.
.
แสงสีทองอ่อนสาดแสงทอเข้ามาเย้าแหย่ดวงตาเรียวเล็กที่ปิดสนิทให้ได้รู้สึกรำคาญจนต้องปรือตาขึ้นมามอง กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่โชยมาตามลมเอื่อยทำให้คนที่เพิ่งจะลืมตาตื่นขึ้นอย่างงัวเงียพยายามเปิดดวงตาเรียวเล็กขึ้นมองไปรอบ ๆ ก่อนจะพบร่างใหญ่ที่คุ้นเคยยืนพิงกรอบประตูจ้องมองกลับมาด้วยความรู้สึกรักและเอ็นดู
“ตื่นแล้วเหรอ . . . มื้อเช้าพร้อมแล้วนะครับ . . . คนดี~”
ทันทีที่ได้ยินคำลงท้ายประโยค ใบหน้าขาวส็ขึ้นสีจัดจ้าน จนต้องหว้าเอาผ้าห่มที่คลุ่มร่างไว้กส่าครึ่งขึ้นมาปิดเอาไว้ เม้มริมฝีปากสีสวยช้อนตามองคนตัวโตอย่างขะเขิน
นี่เมื่อคืน . . . ซึงรีทำเรื่องน่าอายแบบนั้นลงไปได้ยังไงกันฮะ ซึงรีทำลงไปแล้วจริง ๆ นะ ต้องโทษพี่เทมป์นั่นแหละน่า บอกว่าไม่ทำในรถ ๆ เอ๊ยย! ก็บอกว่าไม่เอา ๆ ยังไงก็ไม่ทำ แล้วยังจะมาทำแบบนั้นกับซึงรีอีก
ฮืออ~ น่าอายชะมัดเลย . . . น่าอายมากที่สุดเท่าที่ซึงรีเคยรู้สึกอายเลยล่ะฮะ !! ละ . . แล้วนี่ซึงรีอยู่ในชุดอะไรกันล่ะเนี่ย ชุดเมื่อคืนงั้นเหรอ ? นี่ไม่ได้ทำอะไรผมสินะ
คิดพลางเลิกผ้าห่มขึ้นสูงก้มลงมองร่างกายของตัวเอง . . . เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของพี่เทมป์ หื๊ออ~ หอมกลิ่นพี่เทมป์ชะมัดเลย แล้วก็บอกเซอร์ของผมสินะ . . . อ๋า~ นี่หมายความว่าพี่เทมป์จับผมแก้ผ้าอีกแล้วใช่มั๊ย!? นี่พี่ลักหลับผมเหรอพี่เทมป์!!
“เป็นอะไรอีกล่ะครับ หือ~ ทำไมมองหน้าพี่อย่างงั้นอ่ะ ? บอกไว้ก่อนเลยนะว่ามันไม่ใช่อย่างที่ซึงรีกำลังคิดแน่” มองผมด้วยสายตาดุ ๆ แบบนั้นเนี่ย ต้องคิดว่าผมไปทำอะไร ๆ กับตัวเองตอนหลับล่ะสิ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ ก็แค่เห็นว่าชุดมันเลอะเทอะ ก็เลยจับซึงรีเปลี่ยนเสื้อผ้า จะได้นอนหลับสบาย ๆ เท่านั้นเอง
โอ๊ยย~ เอาอีกแล้ว~ ตลอดเลยคน ๆ นี้ . . . ชอบจับซึงรีแก้ผ้าตอนไม่รู้เรื่องตลอดอ่ะ!! รู้มั่งมั๊ยว่าซึงรีก็เขินเป็นอายเป็นเหมือนกันนะฮะ ถึงเราจะเคยเห็นกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็เหอะ แต่พอมานึกว่าตัวเองโดนคน ๆ นี้จับถอดเสื้อผ้าทีไร หน้ามันก็ร้อนขึ้นมาทุกทีเลยฮะ
ชั่วขณะที่คนตัวเล็กกำลังอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเอง คนตัวโตรงกรอบประตูก็ตรงเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ฟอดดดด~
“หื๊อออออ~ พี่เทมป์!!” ร้องเสียงขัดใจ ตวัดสายตาขุ่นเคืองเข้าใส่คนตัวโตทันใด
“โกรธอะไรพี่เทมป์อีกอ่ะ ?”
“เปล่าฮะ” ปากตอบแต่ก็ก้มหน้าก้มตาหลบสายตากัน . . . ก็เล่นมองกันด้วยสายตาแบบนี้ . . . ใครจะไปโกรธลงล่ะฮะ
หยุดมองซึงรีด้วยสายตาแบบนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ!! หวานจนจะเชื่อมซึงรีกินได้อยู่แล้ว
“ไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วมาทานมื้อเช้าได้แล้วครับ มันเย็นหมดแล้วนะ”
“ซึงรียังไม่หิวฮะ พี่เทมป์หวก็ทานไปก่อนสิ” ก้มหน้าก้มตาปฏิเสธคำสั่งงุด ๆ ทั้ง ๆ ที่แก้มใส ๆ นั่นแดงจัดขนาดนั้น . . . นี่ยั่วพี่เทมป์อยู่ใช่มะ ?
“งั้น~” เว้นระยะคำพูด จนคนตัวเล็กต้องช้อนดวงตาใสขึ้นมอง
“งั้นอะไรฮะ ?”
“งั้นพี่เทมป์ทานเลยนะครับ” ว่าพลางผลักไหล่บางของคนตัวเล็กลงขนานกับเตียงนุ่ม น้ำเสียงเจ้าเล่ห์จนทำให้คนตัวเล็กร้องเสียงหลง
“วะ . . . หว๊า~ พี่เทมป์!! ซึงรีหมายถึงอาหารเช้าที่พี่เทมป์เตรียมไว้ ไม่ใช่หมายถึงซึงรีน๊า~” แก้มใส ๆ ที่แดงจัดก่อนหน้ายิ่งแดงลุกลามไปถึงใบหูรั้น ๆ ของคนตัวเล็ก
บอกตอนนี้ก็ช้าไปแล้วครับ จุดนี้พี่กำลังได้เปรียบเราอยู่นะครับซึงรี ว่าแล้วก็จัดการให้คนตรงหน้าได้ร้องครางขัดใจทันที
ฟอดดดดด~
“หื๊ออออ~ พี่เทมป์!!”
“ครับ ?”
“มาครับอะไรเล่า! ปล่อยซึงรีเลยน๊า~”
“ไม่ปล่อย . . . ก็ซึงรีบอกพี่เองว่าให้พี่ทานก่อนได้เลยนี่ พอพี่จะกินก็ไม่ให้พี่กินหรือไง”
“ซึงรีไม่ได้หมายความว่าอย่างงี้ซักหน่อยนี่ฮะ” ซึงรีหมายถึงอาหารมื้อเช้าโน่นตะหาก ไม่ใช้มื้อเช้าคนนี้ซักหน่อยนึง
“ถ้างั้นซึงรีก็มากินพี่เทมป์เป็นมื้อเช้าด้วยแล้วกัน โอเคมั๊ยครับ แลกกันไง”
“ทะลึ่ง!! ฝันไปเหอะพี่เทมป์ ไม่เห็นเกี่ยวกันซักนิดนึงอ่ะ”
“โห่~ ซึงรีอ่า เซ็งเลยนะเนี่ย ไม่กินพี่เทมป์จริง ๆ เหรอ~” เบะปากทำเสียงงอน ๆ ใส่ซึงรีแบบนั้น คิดว่าน่ารักนักหรือไงกัน เชอะ น่ารักตายล่ะ
“ไม่!! เรื่องเมื่อวานเรายังไม่ได้เคลียร์กันเลยนะพี่เทมป์ ซึงรียังโกรธอยู่นะ”
“เรื่องไหนอีกล่ะครับ . . . เรื่องที่พี่เทมป์รังแกเราอยู่ในรถตั้งครึ่งชั่วโมง . . อ่ะหร!” ยังไม่ทันที่จะพูดได้จบประโยค มือเล็ก ๆ ขาว ๆ ก็พุ่งตรงมาปิดปากคนตัวโตทันที
“หยุดพูดจาลวนลามซึงรีเดี๋ยวนี้เลยนะพี่เทมป์!! ไม่งั้นซึงรีไม่ยกโทษให้จริง ๆ ด้วย” ถลึงตาทำหน้าตาดุใส่คนตัวโตที่พยายามจะพูดจาล่อแหลมกันแต่เช้า . . . แง่งง~ จะพูดขึ้นมาอีกทำม๊ายยย! ไอ้พี่บ้า!! คนเค้าอุตส่าห์ไม่คิดถึงมันแล้วนะ น่าอายจะตายชัก
“ขี้โกงอ่ะ ซึงรีไปคนเดียว . . . นี่พี่เทมป์ยังค้างอยู่เลยนา~” แงะมือเล็ก ๆ ออกจากปากพูดจาเจื๊อยแจ้วหยอกล้อคนตัวเล็กด้วยสีหน้าทะเล้น
ตุ๊บบบ~!!
“โอ๊ย!!” เสียงร้องเจ็บปวดของคนตัวโตดังขึ้น ด้วยเพราะหมอนใบเล็กที่คนตัวเล็กขว้างมาใส่หน้า
“ไอ้หมาป่าบ้า! ทะลึ่ง!! โรคจิต!! เจ้าเล่ห์!!! . . . ไอ้พี่เทมป์ลามก!!!” ฮึ๊ยยย~ เอาอีกซักตุ๊บดีมั๊ยเนี่ย พูดจากวนโมโหกันที่สุด!! คิดพลางคว้าหมอนใบใหญ่ข้างตัวที่ใช้หนุนนอนอยู่เสมอขึ้นมาเตรียมจะขว้างใส่ซะอีกใบ แต่ก็ถูกมือหนาของคนตัวโตคว้าเอาไว้ได้ทันก่อนจะโดนหมอนฟาดเข้าหน้าอีกตุ๊บใหญ่
“โอ๊ย ๆ ไม่เอาแล้วครับซึงรีมันเจ็บนะ . . . พี่เทมป์ไม่พูดแล้วก็ได้ครับ โอ๋~” น้ำเสียงหวานหู ทำหน้าตาออดอ้อนพลางดึงร่างของคนตัวเล็กเข้ามากอดอย่างเอ็นดู “โกรธพี่เทมป์ที่ไม่บอกเรื่องพี่ดงอุคกับพี่ฮันบยอลน่ะเหรอครับ หืม?”
“นั่นก็ส่วนนึงฮะ . . . ทำไมไม่บอกซึงรีตั้งแต่แรกล่ะ ปล่อยให้ซึงรีเข้าใจผิดอยู่ได้”
“โธ่~ ก็พี่คิดว่าซึงรีรู้นี่นา ขอโทษครับ ขอโทษ . . . แล้วถ้าไม่ใช่เรื่องพี่ฮันบยอลล้วซึงรีโกรธพี่เรื่องอะไรล่ะครับ ?” โยกตัวคนตัวเล็กในกรอบแขนไปมาเบา ๆ อย่างปลอบโยนพลางถามในสิ่งที่ยังคงสงสัยยู่ไม่หาย
“ก็ . . . หลัง ๆ มานี่ พี่เทมป์ไม่สนใจซึงรีบ้างเลย ซึงรีจะไปมหา’ลัย พี่เทมป์ก็ไม่ไปส่ง ซึงรีต้องไปเองคนเดียวตลอดเลย โทรมาคอยถามว่าซึงรีอยู่ไหน ทำอะไรอยู่เหมือนเมื่อก่อนก็ไม่มีเลยนะฮะ” คนตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงเง้างอนจนคนฟังเองก็คงจะรู้สึกได้
“ก็ไม่ดีหรอกหรือยังไงกันครับ ที่พี่เทมป์ไม่ไปวุ่นวายกับซึงรีน่ะ ?” คนตัวเล็กส่ายหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ “เป็นกังวล ? น้อยใจ ?” คนตัวเล็กพยักหน้ารับและยิ่งออกแรงมากยิ่งขึ้นกับคำถามหลัง
“คิดมาก ?”
“ฮะ~” ตอบเสียงอ่อยให้คนตัวโตได้ฟัง จนคนตัวโตอดไม่ได้ที่จะกระชับอ้อมแขนให้แน่นยิ่งขึ้นพร้อมวาดรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า
“โธ่ จะคิดมากทำไมกันครับ พี่เทมป์ก็แค่อยากจะให้ซึงรีได้มีเวลาเป็นของตัวเองบ้าง เพราะช่วงหลัง ๆ เนี่ยพี่รู้สึกว่า พี่จะติดเรามากเกินไปแล้ว ส่วนเรื่องโทรศัพท์ พี่ก็แค่อยากให้ซึงรีโทรหาพี่ก่อนบ้างเท่านั้นเองครับ” คนตัวโตอธิบายให้คนตัวเล็กได้ฟังในทุก ๆ อย่าง “แล้วเรื่องที่พี่ไปรับไปส่งไม่ค่อยได้เนี่ย ก็เพราะว่าช่วงนี้มีประชุมใหญ่ของบริษัท พี่ก็ต้องอยู่เตีรยมเอกสารจนดึกดื่น วันที่พี่เทมป์ได้หยุดพัก พี่เทมป์ก็เลยอยากจะพักผ่อนเอาแรงเยอะ ๆ เท่านั้นเอง . . . เรานั่นแหละทำไมพอเลิกเรียนแล้วถึงไม่มาหาพี่ที่บริษัทล่ะครับ หืมม~ ?”
“ก็ซึงรีไม่อยากรบกวนเวลาทำงานนี่ฮะ”
“รบกวนตรงไหนกัน เป็นกำลังใจให้พี่ซะด้วยซ้ำไป . . . ใช่ว่าเราไปที่บริษัทแล้วจะวิ่งซนเป็นเด็กเล็ก ๆ ซักหน่อยนึงนี่”
“ซึงรีนึกว่าพี่เทมป์ไม่รักกันแล้วซะอีก” น้ำเสียงน้อยใจซะจนคนตัวโตอดจะเอ็นดูไม่ได้
“จะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไงกันล่ะครับ . . . รักจะแย่อยู่แล้วเนี่ย~” แขนหนาเลื่อนขึ้นมาโอบกอดรอบลำคอขาวอย่างแนบแน่นแต่เบามือ มือขาวทั้งสองก็เลื่อนขึ้นมาวางลงบนลำแขนที่โอบกอดอยู่รอบคอเช่นกัน
“ก็มันน่าคิดนี่ฮะ ขนาดซึงรีอยู่กับคนอื่นพี่เทมป์ยังไม่เห็นจะสนใจ”
“ถ้าพี่ไม่สนใจจริง ๆ พี่จะไปคว้าคอไอ้หมียักษ์นั่นทำไมล่ะครับ”
“ชานซองน่ะเหรอฮะ ?”
“จะมีใครซะอีกล่ะ! พี่นึกว่าซึงรีรักมันแล้วจะทิ้งพี่ไปซะ”
“นั่นเพื่อนซึงรีต่างหากล่ะฮะ แล้วที่พี่เทมป์เห็นน่ะซึงรีเป็นคนต้นคิดทั้งนั้นเลยนะฮะ” ชานซองไม่ได้เกี่ยวด้วยเลยซักนิดนึงนะ แต่ชานซองก็เกือบจะโดนพี่เทมป์ชกซะแล้ว ดีนะฮะที่ซึงรีแหกปากห้ามไว้ทันน่ะ
คำตอบของคนตัวเล็กในกรอบแขนกลับทำให้คนัวโตทำหน้าตาสงสัย “ซึงรีเป็นคนต้นคิด ?”
“ก็ซึงรีอยากรู้นี่นา ว่าถ้าซึงรีไปอยู่ใกล้กับคนอื่นมาก ๆ แบบนั้นแล้วล่ะก็ พี่เทมป์จะยังทนอยู่เฉยได้มั๊ย” ก็อยากมาทำให้คิดมากทำไมกันล่ะ ซึงรีก็เลยต้องลองใจกันซักหน่อย แต่ก็ทำให้ซึงรีได้รู้นะฮะว่าพี่เทมป์รักซึงรีมากขนาดไหนน่ะ . . .
“ซึงรีมีพี่เทมป์แค่คนเดียวนะฮะ ซึงรีรักพี่เทมป์คนเดียว” พูดจาออดอ้อน หันไปกลับไปกอดพลางซุกศรีษะเข้ากับอกอุ่น ๆ ของคนตัวโต
“พี่เทมป์ก็รักซึงรีคนเดียวครับ อย่ากังวลไปเลย เพราะยังไงพี่ก็มีซึงรีคนเดียว แล้วพี่ก็ไว้ใจซึงรีที่สุด” พูดพลางโอบกอดคนตัวเล็กกลับด้วยความรัก
“อ๊ะ!! แต่นาน ๆ ที พี่เทมป์ก็อย่าไว้ใจซึงรีนักนะฮะ” เชิดหน้าขึ้นมามองหน้าคนตัวโต
“ทำไม จะนอกใจพี่เทมป์รึยังไงครับ ?” โห~ สายตาอย่างนี้เนี่ยขอเลยนะ อย่าเอาไปมองใครเหอะ เอาไว้มองซึงรีคนเดียวก็พอ เจ้าเล่ห์ กรุ่มกริ่ม แฝงความนัยมากอ่ะ นี่ถ้าเป็นคนอื่นละลายไปแล้วนะเนี่ย~
“ก็ไม่รู้สิฮะ~ ถ้าเกิดวันไหนมีใครที่หล่อกว่า ดีกว่า เอาใจซึงรีเก่งกว่า รักซึงรีมากกว่าที่พี่เทมป์รัก ซึงรีอาจจะนอกใจก็ได้ ใครจะรู้กันล่ะฮะ”
“วันนั้นมันไม่มีทางมาถึงหรอกน่า จะมีใครดีกว่าพี่เทมป์กัน หือ ?” คำตอบของคนตัวโตทำให้คนตัวเล็กหัวเราะร่าชอบใจ มั่นใจตัวเองซะริงนะ พ่อคนหล่ออ~ แต่ก็นั่นล่ะนะ มันก็จริงอย่างที่พี่เทมป์ว่านั่นล่ะ จะมีใครกัน ที่จะรักซึงรีได้มากกว่าที่พี่เทมป์รักน่ะฮะ
“อ้อ~ แล้วถ้าเจอไอ้หมียักษ์นั่น พี่เทมป์ฝากซึงรีไปขอโทษด้วยก็แล้วกันนะครับ ที่พี่เทมป์ทำแบบนั้นลงไป”
“ฮะ เข้าใจแล้วฮะ~ ซึงรีจะฝากคำขอโทษไปให้ชานซองนะฮะ~” คำขานรับที่น่าหมันไส้ ทำให้คนตัวโตอดไม่ได้ที่จะขยี้ผมนุ่มบนศรีษะเล็ก ๆ นั่นด้วยความหมันไส้
“ฮื๊ออออ~ พี่เทมป์ อย่าแกล้งซึงรีอย่างนี้สิฮะ!!”
“หิวแล้ว เราไปทานมื้อกันเถอะนะครับ ป่านนี้เย็นชืดหมดแล้วล่ะมั้ง~”
“ซึงรีก็หิวแล้วฮะ . . . แต่ขอซึงรีไปล้างหน้าแปรงฟันก่อน แล้วซึงรีจะรีบตามไปนะฮะ”
“เร็ว ๆ นะครับ เดี๋ยวพี่รอ~” ว่าพลางลุกจากเตียงนุ่มที่นั่งอยู่ด้วยกันเดินกลับไปยังโต๊ะอาหารที่ตนเองได้จัดเตรียมมื้อเช้าเอาไว้ คนตัวเล็กเองก็ลุกจากเตียงนุ่มตรงไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการกับภารกิจที่ตัวเองจะต้องทำก่อนจะทานมื้อเช้าเช่นกัน
อย่าไว้ใจซึงรีให้มากนักจะดีกว่านะฮะพี่เทมป์ ไว้ใจซึงรมาก ๆ แบบนี้ ถ้าเกิดวันไหนที่มีคน ๆ นั้นโผล่ออกมาจริง ๆ แล้วล่ะก็ เกิดซึงรีหนีไปกับเค้าคนนั้นขึ้นมา . . . ซึงรีไม่รู้ด้วยจริง ๆ นะฮะ :P
เป็นตอนที่อ้วนได้เปรียบมากอ่ะ! เอะอะอะไรก็ได้ทั้งขึ้นทั้งร่อง . . .
เอ๋อก็เสียเปรียบตลอดเวฯ ทำไมถึงได้ตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของหมาป่าตัวอ้วนล่ะคะ XD
. . .
จะเรียกตอนนี้ว่าเป็น NC ได้รึเปล่านะ คืออ~ มันก็ไม่ได้โจ่งแจ้งขนาดที่ NC ทั่วไปเค้าทำกัน (หลายคนคงนึกอ่ะว่า ไอ้การรังแกน้องตั้งครึ่งค่อนชั่วโมงเนี่ย ... มันยิ่งกว่า NC อีกนะยะ!!)
เรารักเอ๋อค่ะ .. . แต่ในขณะเดีวกันเราก็รักอ้วนด้วย ฉะนั้นแล้ว ทั้งสองควรจะได้ในสิ่งที่ไรเตอร์คิดเอาไว้ค่ะ 5555 (การได้รังแกน้องในฟิค มันเป็นความสนุกส่วนตัวกระมั้ง~ XD)
เรื่อของ พัค ฮันบยอล จริง ๆ แล้ว เค้าเกิดช่วงเดือนพฤศจิกายนนะคะ ... ตอนนั้นเป็นตอนที่เริ่มวางพลอตเรื่องนี้เอาไว้พอดี แล้วก็ประจวบเหมาะ ที่เลือกใช้พี่ เชว ดงอุค (เซเว่น) เข้าพอดี เพราะทั้งสองคนเป็นคู่รักกันจริง ๆ
ถ้าตอนนั้นเขียนจบแล้วได้ลงทันช่วงเดือนพฤศจิกายนนั้น มันจะโป๊ะเช๊ะมาก เพราะมันจะตรงกับวันเกิดของพัคฮันบยอลพอดี แต่เราแต่งจบช้าเกินไป มันเลยไม่สวยงามตามที่หวังเอาไว้เลย TTATT
สนุกหรือไม่สนุกยังไง ก็ช่วยคอมเม้นต์กันด้วยนะคะ m(_ _)m
..เรื่องต่อไปคงจะเป็นเรื่องยาว แต่คิดว่าคงหลังจากที่ได้เรื่องของวงนู้น (บ่ายสอง) ซักตอนก่อน จะพยายามให้ทั้งสองเรื่องเดินไปพร้อม ๆ กัน ให้ได้ค่ะ ยังไงก็ติดตามกันด้วยนะคะ..



ทำไมอ้วนพูดได้เจ้าเล่ห์มากก
แถมยังมีวิธีที่โคตรจะเจ้าเล่ห์
แกล้งน้องตั้งครึ่งชั่วโมงงงง !!!!!!!
อ่ะนะ (พูดไม่ออก ฮ่าๆ) ...
น่ารักดีค่ะ ไรท์เตอร์์ เค้าชอบบ XD
สนุกดีอ้ะจ้าาาา า าา า ^^
#1 By ©қαяи'ιsʍ?¿ on 2011-03-11 14:05